ตอนที่ 3 สับสน

ตอนที่ 3 สับสน

บุปผาเริ่มสำรวจร่างกาย แต่ด้วยร่างที่โชกเลือดของเธอเกรงว่าต่อให้มีแผลก็มองไม่เห็น มีแต่ใช้ความรู้สึกช่วยยืนยันว่าไม่มีจุดใดในร่างกายที่เจ็บปวด ซึ่งก็ยิ่งทำให้เธอสับสนเข้าไปอีกเพราะถ้าโดนระเบิดลูกนั้นระเบิดใส่เธอมั่นใจว่าแก้วหูเธอคงต้องฉีกขาดหมด ขอเพียงมีความรู้เกี่ยวกับระเบิดสักเล็กน้อยก็จะทราบว่าแรงอัดของระเบิดฆ่าคนที่อยู่ในระยะประชิดได้อย่างรวดเร็ว ถึงไม่มีบาดแผลภายนอกแต่เนื้อในแหลกเหลว

บุปผาคิดถึงโทรศัพท์มือถือแล้วจำได้ว่าเธอวางโทรศัพท์เอาไว้ในตะกร้าใส่เงินไม่ได้พกติดตัวมาด้วย ในกระเป๋าหลังของกางเกงยีนมีสมุดบัญชีหนึ่งเล่มและปากกาที่เสียบเอาไว้ นอกจากนั้นแล้วก็มีเพียงหนังสือที่เธอยังอ่านไม่จบหนึ่งเล่ม

บุปผาคิดสงสัยว่าทำไมตัวเองจึงได้ใจเย็นถึงเพียงนี้ ทั้งที่กำลังประสบกับสิ่งที่สามารถทำให้คนทั่วไปเสียสติได้ง่าย ๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าสมองของเธอกำลังพยายามปกป้องตัวเองด้วยการปิดกั้นสิ่งที่จะทำให้เธอเป็นบ้าเอาไว้

เสียงควบม้าดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของสนามรบ ม้าสีดำสนิทตัวหนึ่งวิ่งนำม้าอีกหลายสิบตัวที่นั่งเอาไว้ด้วยนักรบในชุดเกราะแปลกตานับสิบคน บุปผามองดูชายผมทองบนหลังม้าสีดำซึ่งสวมชุดเกราะอันครบเครื่องมากกว่าคนอื่น ๆ ไม่ทราบว่าจะทำตัวอย่างไร

เขารั้งบังเหียนม้าหยุดลงตรงหน้าเธอ จ้องมองดูด้วยดวงตาสีเขียวมรกตอันเป็นประกายแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เขาเอ่ยเป็นภาษาที่บุปผาไม่เคยได้ยินเธอจึงทำได้แค่ขมวดคิ้วแล้วถามออกไปด้วยภาษาไทย

“ขอโทษค่ะ ที่นี่ที่ไหนคะ”

เสียงพูดของบุปผาทำให้ชายบนม้าดำและคนอื่น ๆ นิ่งเงียบไป ชายที่ดูเหมือนผู้นำคนนั้นหันไปหาหญิงสาวในที่ขี่ม้าสีขาวคนหนึ่ง บุปผาสังเกตเห็นว่าเธอผู้นั้นมีหูยาวมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป ผิวของเธอขาวซีดดวงตาสีฟ้า สวมเสื้อผ้าแตกต่างจากทหารบนหลังม้าคนอื่น ๆ

หญิงสาวหูยาวผู้นั้นค้นหาสิ่งของในกระเป๋าครู่หนึ่งแล้วส่งผ้าลูกไม้สีขาวผืนยาวหน้าตัดกว้างสองนิ้วผืนหนึ่งให้กับชายดวงตามรกต เขาทำท่าจะโยนผ้าลูกไม้นั้นให้บุปผาแต่ก็หยุดลงกลางคันและจ้องมองดูหญิงสาวร่างชุ่มเลือดอีกครั้ง

เมื่อเขาลงจากหลังม้าทหารคนอื่น ๆ ก็พากันลงจากม้าอย่างพร้อมเพรียงเหมือนกับว่าการนั่งบนหลังม้าเป็นสิ่งที่หยาบคายประการหนึ่ง ทหารแต่ละคนเหยียบศพบนพื้นโดยไม่แสดงอาการรังเกียจหรือขยะแขยงแต่อย่างไร

บุปผาถอยก้าวหนึ่งเมื่อชายผู้นั้นขยับเข้ามาใกล้ การถอยนั้นทำให้เธอสะดุดกับศพที่ด้านหลังจนเสียหลัก ถ้าไม่ได้มือของชายผู้นั้นดึงรั้งหัวไหล่เอาไว้เธอก็คงร่วงลงไปนั่งจำเบ้าอยู่บนศพที่กองรวมกันอยู่กับพื้น

ได้ยืนใกล้กันขนาดนี้บุปผาจึงได้ทราบว่าชายผู้นี้สูงมากกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตร ตัวเธอเองที่สูงร้อยหกสิบห้าเมื่อต้องมองหน้าเขายังต้องแหงนหน้า

ไม่ทราบเป็นเพราะดวงตาสีเขียวเป็นประกายนั้นหรือไม่ บุปผาปล่อยให้เขาผูกผ้าลูกไม้สีขาวเป็นโบรอบคอเธอโดยไม่ขัดขืน เลือดที่ติดตัวเธออยู่ทำให้โบนั้นเปื้อนสกปรกเป็นจ้ำ ดูไปคล้ายดอกไม้สีแดงบนผ้าขาว

“เจ้าเป็นใคร” ชายผู้นั้นพูดด้วยภาษาของตนเองแต่บุปผาฟังเข้าใจเป็นภาษาไทยชัดเจน

“ฉันชื่อบุปผาค่ะ ที่นี่ที่ไหนคะ” บุปผาถามด้วยความยินดี คิดว่าคงจะคุยกันรู้เรื่องแล้ว

“ข้าฟังภาษาของเจ้าไม่รู้เรื่อง ข้าจะถามคำถามเจ้า ถ้าใช่ให้เจ้าแบมือ ถ้าไม่ใช่ให้เจ้ากำมือ เข้าใจหรือไม่” ชายดวงตาสีเขียวพูดพร้อมกับกำและแบมือตัวเองให้บุปผาดูเป็นตัวอย่าง บุปผานิ่งงันไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าและแบมือตรงหน้าให้ชายผู้นั้นดู เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจแล้วเริ่มตั้งคำถามท่ามกลางการสังเกตการณ์ของคนโดยรอบ

“เจ้าเป็นคนของวาลฮาล่าใช่หรือไม่”

บุปผาหรี่ตาและขมวดคิ้วก่อนจะกำมือแน่น

“เจ้าเป็นคนของโมฮีแกนใช่หรือไม่”

บุปผาส่ายหน้าและกำมือเช่นเดิม

“เจ้าเป็นสายลับใช่หรือไม่”

กำมือ

“เจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับราชาแดนเหนือใช่หรือไม่”

กำมือ

“เจ้าเป็นมือสังหารใช่หรือไม่”

กำมือ

“เจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามใช่หรือไม่”

กำมือ

“… เจ้ายังบริสุทธิ์ใช่หรือไม่”

บุปผาขมวดคิ้วจ้องหน้าชายตรงหน้า คิดว่าทำไมเขาจึงได้ถามคำถามอันละลาบละล้วงเช่นนี้ แต่จะให้เธอโกหกว่าไม่ซิงแล้วก็ไม่เห็นจะมีข้อดีอะไร คิดได้แล้วบุปผาจึงแบมือและช้อนตาเหลือบมองดูเขาด้วยแววตากังขา แม้ว่าใบหน้าของเธอจะชุ่มโชกไปด้วยเลือดแต่กริยาสาวน้อยก็ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มที่

ชายผู้นั้นเผยรอยยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในขณะที่เหล่าทหารด้านหลังพากันถอนหายใจ

“ข้าชื่อเชน เจ้าชื่ออะไร”

บุปผาที่ตื่นตากับความสดใสของรอยยิ้มนั้นบอกชื่อของเธอให้เขารู้

“บุปผา”

“บุปผา จากนี้ไปเจ้าเป็นหนึ่งในฮาเร็มของข้า”

“หา” บุปผาร้องเสียงหลง การแสดงออกของเธอทำให้เชนและทหารคนอื่นมองดูด้วยความประหลาดใจ และยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นหญิงสาวผมดำหันหลังวิ่งหนีจนทหารต้องขึ้นม้าวิ่งไล่ตาม

ใครจะคิดว่าหญิงสาวผู้หนึ่งจะวิ่งหนีจากเจ้าชายคนสุดท้องของอาณาจักรวาลฮาล่าแบบไม่เหลียวหลัง

Comments are closed.