Online Knight 001 นักอัญเชิญฝึกหัด

Online Knight 001 นักอัญเชิญฝึกหัด

ตอนที่ 001 นักอัญเชิญฝึกหัด

“ไอ้ไผ่!”

เสียงร้องตะโกนของสมัครเพื่อนของไผ่ดังได้ยินชัดเจนทั่วทั้งห้อง ไผ่ ผู้ที่ถูกเรียกชื่อเบิกตามองดูแววตายิ้มเยาะที่ซ่อนอยู่หลังผ้าคลุมหน้าสีขาว มือเขาจับมือของนินจาขาวผู้นั้นเอาไว้แน่นแม้จะทราบว่าไร้ประโยชน์ ค่าความเสียหาย 9,999 ที่ปรากฏขึ้นเหนือร่างของเขาบอกให้ทราบว่าเขาได้ตายไปแล้ว ที่เหลืออยู่มีเพียงช่วงเวลาก่อนตายเพียงเล็กน้อยเพื่อนนักบวชของไผ่ขยับคทาในมือจะฟื้นพลังชีวิตให้ไผ่แต่ก็ต้องหยุดมือเมื่อมองเห็นด้ามของมีดที่ปักใส่กลางอกเพื่อนร่วมปาร์ตี้ มีดอาถรรพ์ ไอเท็มท็อปเลเวล 8 มีความสามารถพิเศษที่ทำให้การรักษาฟื้นชีวิตทุกชนิดไม่ได้ผลเป็นเวลาสามนาที อัศวินผู้รับหน้าที่จู่โจมประจำปาร์ตี้ตายจากการถูกลอบโจมตีของกิลด์คู่แค้นในจังหวะที่เลวร้ายที่สุด ไม่มีใครคาดว่ากิลด์ใหญ่จะส่งคนมาฆ่าไผ่ในตอนที่พวกเขาเริ่มต้นบอสรัช*

(บอสรัช Boss rush หมายถึงการไล่ฆ่าบอสมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนหลาย ๆ ตัวตามลำดับให้เร็วที่สุด)

“ล็อกอินนักดาบเข้ามา เล่ เรียกคาถาอัญเชิญไอ้ไผ่รอล่วงหน้าเลย” สมัครผู้เป็นดังหัวสมองของกลุ่มสั่งการ เล่ ซึ่งมีอาชีพวอร์ล็อคให้วาดคาถาอัญเชิญรอไผ่ล่วงหน้า ทันทีที่ไผ่ล็อกอินเข้าตัวละครอีกตัวหนึ่งเขาสามารถเดินทางมาช่วยเพื่อนผ่านวงเวทย์อัญเชิญของเล่ได้ทันที

เล่เรียกใช้งานผงตรวจจับมอนสเตอร์ล่องหนเพื่อตรวจสอบว่ามีใครอยู่ในห้องดันเจี้ยนที่พวกเขากำลังต่อสู้อยู่อีก ทันได้เห็นร่างของนินจาขาวที่หายตัวอยู่วิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

“ทุกคนมารวมตัวกัน กนก สร้างประตูปิดทางเข้าห้องไว้” สมัครสั่งการแล้วกระโดดเข้าใส่บอสชุดเกราะปิศาจไร้รูปร่างเป้าหมายของบอสรัชในวันนี้ ถ่วงเวลารอให้ไผ่กลับมาช่วย ถึงแม้ตัวละครอีกตัวหนึ่งของไผ่จะเป็นตัวละครสายอัศวินที่ทดลองเพิ่มค่า INT (Intelegence) จนใช้ประโยชน์แทบไม่ได้ แต่ทักษะออร่ามารของไผ่ก็ช่วยสนับสนุนให้เขาจัดการบอสตรงหน้าได้สำเร็จ อย่างน้อยพวกเขาก็เคยทำได้สำเร็จ

.

ไผ่ปรากฏตัวขึ้นในห้องกลมกว้างสว่างแจ้ง รอบข้างเขามีประตูห้องหกบานแทนตัวละครหกตัวที่สามารถสร้างในเกมออนไลน์เสมือนจริงเกมนี้ ประตูใหญ่บานหนึ่งเป็นประตูเข้าออกจากเกม เขาวิ่งจนแทบจะเรียกได้ว่ากระโดดเข้าใส่ประตูห้องของตัวละครอาชีพอัศวินทดลองของตัวเอง

ร่างกายอย่างคนธรรมดาในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงขายาวของไผ่เปลี่ยนเป็นนักรบในชุดเกราะหนักสีดำขลิบม่วงในทันทีที่ผ่านพ้นธรณีประตู เขาปิดประตู หลับตานับหนึ่งถึงสามแล้วลืมตาขึ้น

เขาไม่สนใจว่าสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเปลี่ยนจากห้องเล็ก ๆ เป็นห้องกว้างพร้อมเครื่องเรือนครบถ้วนได้อย่างไร เขาผ่านการเข้าระบบเกมเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ตอนนี้เขากำลังวิ่งไปยังห้องเคลื่อนย้ายประจำกิลด์ของตัวเอง กระโดดเข้าไปในวงเวทสีขาวที่กำลังเรืองแสงสว่างวูบโดยไม่ได้สังเกตว่าวงเวทนั้นต่างไปจากที่เคย มันบิดเบี้ยวคดงอ รูปแบบตัวอักษรที่แตกต่าง แสง สี แม้กระทั่งกลิ่น

ไผ่ชะงักวูบด้วยความงงงัน เขาคาดหวังว่าจะพบตัวเองในห้องหินของดันเจี้ยนสุสานโบราณ คาดว่าจะได้พบกับสมัครที่รับมือกับบอสถ่วงเวลารอเขา คาดว่าจะได้พบกับเล่ที่ร่ายเวทอัญเชิญตัวเขา คาดว่าจะได้พบกับกนก นายช่างประจำกลุ่มที่เขาแอบชอบอยู่

ไม่ใช่เลย ที่ตรงหน้าของเขาคือเด็กวัยรุ่นสองคน หนึ่งหญิงหนึ่งชาย วัยรุ่นหญิงผมสีทองตาสีฟ้าเข้มเหมือนมณี น้ำตาของเธอไหลนอง มือกำคทาไม้เงางามลักษณะคล้ายไม้สนุกเกอร์เอาไว้แน่น มือนั้นสั่นเทาจนคทาแกว่งไปมาจวนล้ม ข้างกายเธอมีร่างของวัยรุ่นชายผมสีทองเช่นเดียวกัน ตาสีฟ้าของเขาหรี่ปรือ มือกุมหน้าท้องที่เปิดกว้างจนเห็นขดลำไส้ดันตัวออกมาเอาไว้แน่น เลือดไหลผ่านบาดแผลนองกับพื้นจนแน่ใจว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานถ้าไม่ได้รับการรักษา

“กาเซคาเอ อลาคา อลาคร!”

เด็กสาวผู้นั้นร้องตะโกนขึ้นในภาษาที่ไผ่ไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต เธอชี้นิ้วข้ามหัวไหล่เขาไปและนั่นทำให้เขาต้องหันไปพบกับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว ทั้งสำหรับเขาและสำหรับเธอ

รูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ไม่ใช่ มันคือก้อนขนรูปร่างคล้ายมนุษย์ เหมือนคนที่อดอยากมานานจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกแต่มีขนสากสีน้ำตาลเข้มคลุมจนมิดร่าง ปากของมันกว้างยิ่งกว่าปากมนุษย์ถ้าเทียบมองกันตามสัดส่วน ฟันของมันมีทั้งฟันเขี้ยวสำหรับฉีกเนื้อและฟันบดสำหรับขบเคี้ยว คล้ายมนุษย์แต่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า

มันกำลังเลียมือที่ชุ่มโชกเลือดดูดกินอย่างกระหายเหมือนนักเดินทางที่ค้นพบโอเอซิสกลางทะเลทราย มันหอบหายใจเหมือนฆาตกรหื่นกามสำเร็จความใคร่กับศพของเหยื่อด้วยความปริ่มเปรม

นิ้วทั้งสี่ของมันยังคงค้างคาอยู่ในปากในตอนที่มันจ้องมองดูไผ่และเหยื่อร่างเล็ก มันพยายามชะโงกมองข้ามไผ่ไปยังเจ้าของเลือดหอมหวานด้านหลัง ชะโงกซ้ายขวาแล้วจึงหยุดและจ้องมองดูไผ่อย่างจริงจัง มันตระหนักแล้วว่ามีคนขวางทางมันอยู่

ไผ่ไม่มีเวลาคิด เขาเรียกดาบของตัวเองออกมาและพบว่ามันเป็นดาบยาวเหล็กอย่างธรรมดาที่มีค่าโจมตีน้อยนิดแต่มีช่องให้ใส่การ์ดสี่ใบ เขาจำเป็นต้องใช้ดาบเลเวลต่ำนี้เนื่องจากมันเป็นไอเท็มชนิดเดียวที่ตัวละครอาชีพอัศวินเช่นเขาใส่ได้และมีช่องใส่การ์ดมากกว่าอาชีพของอัศวินชนิดอื่นที่ดีกว่า อัศวินที่เพิ่มค่า INT เป็นหลักของเขาต้องการประโยชน์จากทักษะเสริมมากกว่าการต่อสู้ด้วยตัวเอง แต่นั่นเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ด้วยเหตุผลความจริงอย่างหนึ่ง เหตุผลที่ว่าเขาไม่ต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง

ไม่ใช่การต่อสู้กับมอนสเตอร์ที่ไม่รู้จักเช่นนี้

ความจริงไผ่จะหนีไปไม่สนใจเด็กสองคนด้านหลังก็ได้ แต่สิ่งที่รั้งเขาให้ยืนหยัดต่อสู้ก็คือความสมจริงที่มากเกินไป สีหน้าของเด็กสาวผู้นั้นมันน่าประหวั่นพรั่นพรึงสะเทือนใจมากไป แผลของเด็กหนุ่มคนนั้นสมจริงมากเกินไป กลิ่นคาวเลือด กลิ่นอับในห้องมืดไฟสลัว กลิ่นสาบเหมือนคนจรจัดที่ไม่ได้อาบน้ำมานานหลายปีของมอนสเตอร์ตรงหน้า

เขาไม่กล้าหนีเพราะความสมจริงนี้ เขากลัวว่าเด็กสองคนด้านหลังจะต้องพบกับความตายที่สมจริงอย่างเช่นสิ่งอื่น ๆ ที่สมจริงมากเกินไป

“ขากกกกก” มอนสเตอร์ตรงหน้าไผ่ส่งเสียงร้องอย่างเดียวกับเสียงขากเสลด แต่ยาวกว่า ดังกว่า น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า มันพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกับฟาดมือเข้าใส่ในแนวทแยง

ระบบช่วยเหลือผู้เล่นในการบังคับตัวละครยังคงทำงานอยู่ การคำนวณค่าความเร็วในการหลบหลีกของฝ่ายโจมตีและฝ่ายรับการโจมตีทำงานของมันอย่างเคร่งครัด ค่า AGI พื้นฐานในการเปลี่ยนอาชีพเป็น Knight ของไผ่ช่วยให้เขาหลบหลีกการโจมตีอันเปิดกว้างของมอนสเตอร์ตรงหน้าด้วยการก้าวเท้าเข้าประชิด มือใหญ่โตฟาดข้ามศีรษะและไหล่ของไผ่ไปพร้อมกับการฟันดาบสวนโจมตี

ดาบเหล็กเล่มนั้นฟันผ่านขนหนาแข็งเหมือนลวดเหล็กเข้าสู่ผิวหนังด้านในของมอนสเตอร์อย่างง่ายดาย มอนสเตอร์ตัวใหญ่ยักษ์ร้องเสียงหลงพลิกตัวลงไปนอนดิ้นกับพื้น เลือดสีเข้มพุ่งกระฉูดออกจากปากแผลเปิดกว้าง ค่าความเสียหาย 357 หน่วยลอยขึ้นแสดงให้ไผ่เห็น เป็นค่าความเสียหายจากค่า STR และออร่าของเขาล้วน ๆ

ไผ่ไม่รอช้าเพราะเขาเห็นตัวเลขสีเหลืองแสดงการฟื้นตัวบนร่างมอนสเตอร์ดีดรัวขึ้น เขาก้าวเข้าหามนุษย์ขนตัวยักษ์ตัวนั้นแล้วฟันดาบตัดคอมันขาดออกจากกันในทันที

9,540

EXP + [อยู่ระหว่างการคำนวณ]

บรรทัดแรกเป็นค่าความเสียหาย บรรทัดต่อมาเป็นค่าประสบการณ์ที่เขาได้รับ ไผ่ไม่เคยพบเห็น [อยู่ระหว่างการคำนวณ] เช่นนี้มาก่อน หรือว่าตัวเกมเกิดเสียหายขึ้นในตอนที่เขากำลังเคลื่อนย้ายไปหาพรรคพวกพอดี ถ้าอย่างนั้นก็ยังมีทาง เขาต้องออกจากระบบก่อนแล้วเข้าเกมใหม่

ไผ่เรียกหน้าต่างเมนูคำสั่งเกมขึ้นมาและต้องมึนงงอีกครั้งเพราะมีหน้าต่างพิเศษลอยเพิ่มเติมขึ้นมาข้าง ๆ หน้าต่างเมนูเกม

[ไม่สามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์] [ขณะนี้ท่านกำลังอยู่ในโหมดเล่นคนเดียว]

“เล่นคนเดียว” ไผ่อุทานเบา ๆ เกมออนไลน์เกมนี้มีโหมดเล่นคนเดียวด้วยรึ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้ เขารีบกดปุ่ม [ออกจากระบบ] ทั้งที่สังเกตเห็นว่าปุ่มนั้นกลายเป็นสีเทา

ครั้งแล้วครั้งเล่า เขากดปุ่มออกจากระบบแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่มันอะไรกัน

“ซีเต … ซีเต …” เสียงคร่ำครวญของเด็กสาวทำให้ไผ่ต้องหันไปมอง เธอกำลังกอดศีรษะเด็กหนุ่มเอาไว้กับอกแน่น มือของเด็กหนุ่มตอนนี้ห้อยตกอยู่กับพื้นหมดแรงจะกดปิดปากแผลของตัวเอง มีมือของเด็กสาวที่พยายามกดยัดลำไส้ของเขากลับเข้าปากแผลเอาไว้แทน

ไผ่ทนดูไม่ได้ เขาปิดหน้าต่างเมนูคำสั่งแล้วตรวจสอบรายการไอเท็มที่มีติดตัว เขาค่อนข้างมั่นใจว่ายาฟื้นพลังชีวิตจะต้องใช้ในเกมได้ผลเพราะเขาเคยพบภารกิจเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่ “สมจริง” มากกว่าครั้งไหน ๆ

มีแต่อิลิกเซอร์ราคาแพง

ไผ่ถอนหายใจ ปกติแล้วตัวละครอาชีพอัศวินเช่นเขาต้องเพิ่มค่า STR เพื่อสวมใส่ชุดเกราะหนักและเพิ่มค่าพลังโจมตีของอาวุธ แต่ตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครทดลองที่เพิ่มค่า INT เป็นหลัก ดังนั้นเขาจึงมีความแข็งแกร่งพอเพียงสำหรับการสวมใส่ชุดเกราะเท่านั้น ระบบเกมที่คำนวณช่องเก็บของตามน้ำหนักของไอเท็มทำให้เขามีช่องเก็บไอเท็มเพียงเล็กน้อย นอกจากยาฟื้นพลังชีวิตและพลังเวทมนตร์เต็มสามขวดแล้วในตัวเขามีแต่ของที่จำเป็นในการเล่นเกมไม่กี่อย่าง ปกติเขาจะมีกนกเป็นคนช่วยเก็บไอเท็มที่จำเป็นให้

อัศวินในชุดเกราะสีดำม่วงก้าวเข้าไปหาเด็กทั้งสอง สีหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เธอมองดูขวดแก้วทรงเพชรเจียรนัยบรรจุน้ำยาสีอำพันในมือของไผ่ด้วยความมึนงง นอกจากจะสิ้นหวังแล้วยังเปี่ยมไปด้วยความไม่เข้าใจ ขวดแก้วและน้ำยานี้คืออะไร จะช่วยอะไรเธอได้ จะช่วยอะไรคนที่กำลังจะตายในอ้อมกอดของเธอได้

ไผ่ขมวดคิ้วในหมวกเกราะ หรือว่าเขาจำเป็นต้องจัดการด้วยตัวเอง บางทีนี่อาจจะเป็นแผ่นที่ลับและเนื้อเรื่องลับ ตัวละครในแผนที่นี้อาจจะไม่รู้จักยาอิลิกเซอร์

ไผ่คุกเขาลง ทำการเปิดจุกขวดออกแล้วกรอกน้ำยาสีอำพันเข้าปากเด็กหนุ่มที่เหลือลมหายใจเพียงรวยริน

เหมือนเวลาถอยย้อนกลับ ปากแผลเปิดกว้างจนไส้ไหลของเด็กหนุ่มสมานตัวเข้าหากันทันทีที่น้ำทิพย์ไหลผ่านริมฝีปากของเขา เด็กสาวจ้องมองดูปาฏิหาริย์ตรงหน้าตาเบิกโพลง น้ำตาของเธอหลั่งทะลักอีกครั้ง แต่คราวนี้สายน้ำไม่ได้ไหลผ่านใบหน้าอันโศกเศร้า หากเป็นความยินดีอันสุดซึ้ง

ไผ่หันกลับมาให้ความสนใจกับเมนูเกมของตัวเองต่อ เขาพยายามกดออกจากระบบครั้งแล้วครั้งเล่า ความนิ่งเฉยไม่มีการตอบสนองของระบบทำให้เขาเริ่มไม่สบายใจ เคยมีข่าวลือเรื่องคนติดอยู่ในโลกเสมือนออกมานานหลายปี นับตั้งแต่เกมออนไลน์โลกเหมือนถูกนำเข้าสู่ตลาด แต่ก็มีการพิสูจน์ยืนยันทางวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนว่าการติดอยู่ในโลกเสมือนนั้นเป็นไปไม่ได้ ทันทีที่การเชื่อมต่อระหว่างผู้เล่นกับตัวละครขาดลงผู้เล่นก็จะตื่นขึ้นในโลกจริงทันที

บางทีอาจจะมีอะไรผิดพลาดในระบบตอนนี้ก็ได้ ไผ่คิดไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกมออนไลน์เกมหนึ่ง การอัพเดตระบบทำให้ผู้เล่นมองไม่เห็นภาพในเกม ไม่ได้ยินเสียง ไม่มีประสาทสัมผัส แต่ระบบเชื่อมต่อระหว่างโลกจริงและตัวเกมก็บังคับทุกคนออกจากระบบได้ทันที

คงทำได้แค่รอเท่านั้น ไผ่ปิดหน้าต่างเมนูเกมลงและเดินเข้าไปสำรวจดูซากศพของสัตว์ประหลาดขนแข็งตัวใหญ่ กลิ่นเหม็นหมักหมมของมันทำให้ไผ่อยากอุดจมูกแต่มือของเขาติดหมวกเหล็กทำให้ต้องทนดมกลิ่นเหม็นต่อไป เขาทดลองเรียกดูรายละเอียดของมอนสเตอร์ขึ้นมาดู

[ไม่สามารถเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์]

ไผ่ไม่แปลกใจกับคำอธิบายเช่นนี้อีก เขาสำรวจดูรอบตัวพบว่าตนเองอยู่ในถ้ำหิน แสงไฟสลัวจากคบไฟบนพื้นส่องให้เห็นกระดูกขาวของสัตว์หลายชนิดกองอยู่กับพื้น รวมถึงสัตว์มนุษย์ด้วย เขามั่นใจว่ามอนสเตอร์ขนดกตัวนี้จะต้องดูดกินทั้งเนื้อและไขกระดูกของเหยื่อจนเหลือเพียงกระดูกอันไร้รสชาติอย่างแน่นอน

เด็กหนุ่มลุกขึ้นมายืนได้แล้ว เขามีดาบติดมือขึ้นมาด้วย สิ่งแรกที่เขาทำคือวิ่งเข้าไปหาซากของมนุษย์ขนตัวนั้นแล้วฟันดาบใส่ศพของมันไม่ยั้ง หากแต่สิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงเสียงของโลหะปะทะกัน ดาบของเด็กหนุ่มไม่สามารถฟันผ่านขนของมอนสเตอร์เข้าไปเหมือนดาบของไผ่

ไผ่ทำเพียงแค่มองดู เนื้อเรื่องของเด็กหนุ่มคนนี้อาจจะเป็นการล้างแค้น บางทีทั้งสองคนอาจจะเป็นพี่น้องกัน

“มาเตชิรู” เด็กสาวผู้นั้นตรงเข้ามาหาเขา พูดด้วยภาษาที่เขาไม่เข้าใจแต่เขาตีความเอาเองว่าคงเป็นคำขอบคุณเพราะเธอโค้งหัวให้เขาด้วย

ไผ่ถอนหายใจ ต่อให้นี่เป็นภารกิจในเกมเขาก็คงไม่ได้รางวัลตอบแทนอะไรเพราะระบบเกมยังมีปัญหา เขาโบกมือเป็นเชิงว่าไม่ต้องใส่ใจแล้วทำท่าจะเดินออกจากถ้ำผ่านทางออกที่มองเห็นอยู่ไม่ไกล ถ้านี่เป็นแผนที่ใหม่ที่เขาไม่รู้จักอย่างน้อยเขาก็สมควรที่จะไปดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง จะให้นั่งรอเฉย ๆ อยู่ในถ้ำมืด ๆ แบบนี้เขาทำไม่ได้

“เอลูจะ ดิ” เด็กสาวเข้ามาขวางไผ่เอาไว้ทันทีที่เห็นว่าไผ่จะเดินออกไปจากถ้า สีหน้าเธอเต็มไปด้วยความวิตกกังวลจนแทบจะกลบความยินดีเมื่อครู่ไว้หมดสิ้น เด็กหนุ่มที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้ตรงเข้ามาช่วยเด็กสาวทั้งผลักทั้งลากเขาไปยังวงเวทที่เขียนไว้บนพื้นหิน เป็นวงเวทที่เขียนด้วยเลือด

ไผ่เข้าใจในทันทีว่าทั้งสองต้องการอะไร ดีเหมือนกัน ถ้าเด็กสองคนนี้ส่งเขากลับไปยังที่ทำการกิลด์ของเขาได้ ไม่ได้เห็นทิวทัศน์ในแผนที่ใหม่เขาก็ไม่สนใจ หวังว่าสมัครคงจะไม่โกรธเขาจนเกินไปถ้าเขาอธิบายเรื่องราวให้เข้าใจ

เด็กทั้งสองเสียหลักเมื่ออัศวินชุดเกราะดำก้าวนำหน้าไปยืนอยู่บนวงเวทด้วยตัวเอง ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจแต่ก็รีบเข้ามาทำพิธีกรรมของตัวเองต่อทันที เด็กสาววางส่วนปลายคทาลงพื้นชิดกับวงเวทที่ไผ่ยืนอยู่ภายในและเริ่มกล่าวคำร่ายหลายสิบวินาที เธอกระแทกส่วนปลายของคทาลงบนพื้นดังตึง

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีแสง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไผ่หลับตาสลับกับลืมตาหลายครั้งแต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ความผิดหวังของเขาเทียบไม่ได้กับความตื่นตระหนกของเด็กทั้งสอง ยิ่งจำนวนครั้งของการร่ายเพิ่มมากขึ้นเท่าไร จำนวนเม็ดเหงื่อและความหวาดผวาที่ถ่ายทอดออกมาก็ยิ่งทวีคูณ

ทั้งสองเริ่มพูดคุยและทะเลาะกัน ไผ่ไม่เข้าใจจึงทำเพียงแค่ยืนฟังเงียบ ๆ สุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็เงียบเสียงลง เด็กสาวจ้องมองไผ่ด้วยสีหน้าลำบากใจและสำนึกผิด

“อาเตชิรู” เธอโค้งให้กับเขาแล้ววิ่งออกจากถ้าไปพร้อมกับเด็กหนุ่มไม่หันเหลียวกลับมามองอัศวินในชุดเกราะสีดำ

“เฮ้อ”

ไผ่ถอนหายใจแล้วก้าวเดินตามหลังทั้งสอง มุ่งหน้าออกจากถ้ำ ในใจคิดว่าจะอธิบายให้เพื่อนเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นได้หรือไม่

Comments are closed.