ตอนที่ 1 MMORPG

ตอนที่ 1 MMORPG

ราชันย์จ้องมองดูหน้าต่างข้อความตรงหน้า เขาคุ้นเคยกับหน้าต่างชนิดนี้เพราะมันเป็นหน้าต่างแบบที่เขาเห็นบ่อย ๆ ในเกมออนไลน์ที่เขาเล่นอยู่เป็นประจำ ไม่ใช่ของแปลกอะไร

เว้นแต่ว่าตอนนี้เขานั่งอยู่ในห้องเรียนไม่ใช่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และหน้าต่างข้อความนี้ก็ลอยอยู่กลางอากาศเหมือนที่เห็นในหนังไซไฟล้ำยุค เขาหรี่ตาจ้องมองดูหน้าต่างนั้นจากหลาย ๆ มุมจนเพื่อนร่วมห้องที่นั่งติดกันขมวดคิ้วคิดสงสัยว่าเขากำลังทำอะไร

“มีอะไรรึเปล่านายราชันย์” อาจารย์เฉลิมผู้สอนวิชาฟิสิกส์เอ่ยถาม ที่นั่งของราชันย์อยู่กลางห้องสามารถเห็นได้ชัดเจนจากสายตาของอาจารย์ที่หน้าห้อง กิริยาอาการของเขาจึงสะกิดความสนใจของอาจารย์ได้ไม่ยาก

“เปล่าครับ ไม่มีอะไรครับ”

เพื่อนร่วมห้องบางคนหันมามองราชันย์แต่ไม่มีใครแสดงให้เห็นว่าหน้าต่างข้อความตรงหน้ามีตัวตนสำหรับพวกเขา ดูเหมือนว่าเขาจะเห็นหน้าต่างนี้แต่เพียงผู้เดียว

[+++++++++++++++—————–]

Patching … 67% Completed

บาร์แสดงความก้าวหน้าเช่นนี้เขาก็เคยเห็นบ่อยครั้ง ที่บ่อยที่สุดก็คงจะเป็นหน้าจอโหลดแผนที่ในเกมออนไลน์ ถ้าตัวละครในเกมออนไลน์ต้องการเปลี่ยนฉากคอมพิวเตอร์จะต้องโหลดทรัพยากรสำหรับฉากนั้น ๆ ขึ้นมาเตรียมไว้ อย่างเช่นโมเดล ภาพ เท็กซ์เจอร์ ดนตรี เสียงประกอบต่าง ๆ

บาร์ตรงหน้าของราชันย์ดูเหมือนจะมีไว้สำหรับการอัพเดตปรับปรุงตัวเกมมากกว่าการโหลดฉาก ที่สำคัญมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในโลกจริงไม่ใช่ในเกม

“เฮ้ย ยังกินข้าวไม่เสร็จเหรอวะ เย็นนี้ตีบอสแวมไพร์มั้ย” สนอง เพื่อนที่เล่นเกมออนไลน์ด้วยกันนั่งลงข้าง ๆ ราชันย์พร้อมกับจานใส่ลูกชิ้นทอดสี่ไม้ราดน้ำจิ้มสีเข้ม ของกินเล่นหลังอาหารที่สนองกินเป็นประจำทุกวัน

“แดรกคิวล่าน่ะเหรอ หาพาลาดินได้แล้วเหรอ” ราชันย์ตักก๋วยจั๊บญวนที่เย็นชืดใส่ปาก กัดโดนเม็ดพริกไทยในชิ้นหมูยอจนฉุนกึก เขานั่งมองดูหน้าต่างข้อความที่ติดตามเขามาจนถึงโรงอาหารพลางกินพลางจนเกือบจะเที่ยงครึ่ง นักเรียนส่วนใหญ่ที่กินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วแยกย้ายกันไปจนหมด เหลือแต่คนที่มีธุระทำให้มาโรงอาหารช้าและคนที่ใช้เวลากับอาหารมากเป็นพิเศษอย่างราชันย์ในวันนี้

[++++++++++++++++++++——-]

Patching … 82% Completed

ราชันย์ไม่คิดที่จะถามเพื่อนว่าเห็นเหมือนอย่างที่เขาเห็นหรือไม่ เขาทราบดีว่าถ้าเพื่อนเห็นสิ่งเดียวกับที่เขาเห็นตรงหน้าเพื่อนจะต้องแสดงอาการออกมาไม่ใช่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น บางทีเขาอาจจะกำลังเห็นภาพหลอน แต่ภาพหลอนมันสามารถแทรกผ่านเข้ามาในความเป็นจริงของเขาได้ชัดเจนถึงเพียงนี้เลยหรือ

“หาได้สองคน เป็นน้องม.สาม เลเวล 40 น่าจะช่วยแท็งก์ให้ได้พักนึง แต่พวกเราคงต้องป้อนยาหน่อย ทั้งยาแดงยาเหลือง”

ยาแดงที่หนองพูดถึงคือยาฟื้นพลังชีวิตยอดนิยายในเกม ราคาถูก เพิ่มพลังชีวิตได้พอประมาณ ยาเหลืองคือยาเพิ่มพลังป้องกัน 5% ยาชนิดหลังเป็นไอเท็มราคาแพงแต่จำเป็น

ราชันย์เปิดดูกระเป๋าเงินตัวเองเห็นคูปองชั่วโมงร้านเน็ตที่ซื้อไว้เก็บสะสมแต้มจนเกือบเต็มแล้ว เติมเงินอีกร้อยเดียวก็จะได้ชั่วโมงฟรีสิบชั่วโมง ตราประทับนับร้อยบนคูปองคือหลักฐานว่าเขาเป็นนักเล่นเกมตัวยงที่มีชั่วโมงเกมมากมาย บางครั้งเขามองดูตราประทับเหล่านี้แล้วก็คิดเช่นกันว่าถ้าเก็บเป็นเงินสะสมเอาไว้เขาคงมีเงินซื้อของที่อยากได้หลายอย่าง บางทีอาจจะซื้อคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเองแทนที่จะต้องไปนั่งเล่นในร้าน แต่เมื่อคิดถึงบรรยากาศของการเล่นเกมในร้านกับเพื่อนฝูงแล้วเขาก็คิดว่า ต่อให้มีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเองเขาก็คงออกไปเล่นกับเพื่อนที่ร้านอยู่ดี

“งั้นวันนี้พวกเราไปตีหมาป่าแดงเก็บเขี้ยวไปขายหาเงินซื้อยาก่อนแล้วกัน แต่ข้าต้องกลับไปจัดการงานบ้านให้เสร็จก่อนนะ”

“โอเค งั้นก็ห้าโมงครึ่ง ที่เดิม ข้าจะไปนัดเวลากับน้องม.สามก่อน เอาซักทุ่มนึงเป็นไง”

“อืม กว่าจะทุ่มก็น่าจะหาเงินพอซื้อยาเหลืองยาแดงได้ครบ” ราชันย์หยิบถ้วยก๋วยจั๊บถือไปยังจุดล้าง เทของเหลือเย็นชืดลงในถังใส่เศษอาหาร วางถ้วยลงในกะละมังพลาสติกใบใหญ่ที่มีจานชามนับร้อยใบนอนจมอยู่ใต้น้ำลอยไขมัน โยนช้อนส้อมลงในกะละมังใหญ่อีกใบ ฟังเสียงแม่ค้าด่าว่าอย่าโยนช้อนระหว่างล้างมือแล้วซื้อน้ำมะตูมแก้วละสิบห้าบาทเดินไปแย่งกินลูกชิ้นเพื่อนหนึ่งไม้

แม้หน้าต่างข้อความขนาดเท่าแผ่นกระดาษ A3 จะเคลื่อนหลบเลี่ยงอำนวยความสะดวกให้กับกิจกรรมต่าง ๆ ของเขาอยู่ตลอด แต่เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นทีละน้อยก็ไม่เคยคลาดพ้นไปจากความสนใจของราชันย์สักนาทีเดียว

ราชันย์เป็นเด็ก ม.5 ธรรมดาทั่วไป ชีวิตเลยช่วงเวลาเด็กใหม่ตอน ม.4 ที่ยังใหม่ต่อสิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะคนที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนใหม่แทนที่จะเลื่อนชั้นจาก ม.3 ในโรงเรียนเดิม แต่ยังไม่ถึงชั้น ม.6 ที่ต้องกังวลกับการเรียนต่อ ถึงแม้ว่าหลายคนจะเริ่มต้นเตรียมตัวสำหรับการเรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้วแต่ราชันย์ตั้งใจที่จะช่วยงานอู่ซ่อมรถที่บ้านมากกว่าเรียนต่อมหาวิทยาลัย การเตรียมตัวเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่เกินความต้องการของเขา

เงินที่ราชันย์ใช้ไปกับค่าชั่วโมงเกมเป็นเงินที่เขาได้มาด้วยการช่วยงานของที่บ้าน งานเล็กน้อยอย่างเช่นการล้างรถ เติมลม เปลี่ยนน้ำมัน ล้างหม้อน้ำ เขาจะได้ส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งโดยอีกครึ่งหนึ่งจะถูกเก็บเข้าอู่ ขอเพียงเขาทำงานที่พ่อมอบหมายให้เสร็จเรียบร้อยพ่อก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องการเล่นเกมหรือการเรียนของเขา ขอเพียงให้ได้เกรดเฉลี่ย 2.5 พ่อก็พอใจแล้ว

งานวันนี้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วเพราะราชันย์จัดการงานครึ่งหนึ่งไว้ตั้งแต่ตอนเช้า รถสองคันในลานจอดหลังอู่ที่เขาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อตอนเช้าหายไปแล้ว เงินสามร้อยบาทจากการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถสองคันรวมกับการล้างรถหนึ่งคันในวันนี้ ราชันย์ไม่มีส่วนได้เสียกับค่าน้ำมันหรือไส้กรอง เงินกำไรส่วนต่างจากน้ำมันเครื่องจะถูกเก็บเข้าร้านทั้งหมด ตัวเขาได้เฉพาะส่วนแบ่งค่าแรงเท่านั้น มากบ้างน้อยแล้วแต่ว่าจะมีทิปจากลูกค้าหรือไม่ แต่หนึ่งร้อยบาทคือค่าแรงที่เขาคาดหวังจากการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์หนึ่งคัน

ราชันย์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดชุดทำงานที่สกปรกแขวนไว้หลังร้าน เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนขายาวปลายบานที่เขาโดนล้อจากเพื่อนและคนทั่วไปอยู่แทบทุกวันจนเลิกล้อกันไปแล้ว

“ก็คนมันชอบ จะให้ทำไงวะ” เด็กหนุ่มอายุสิบเจ็ดตอบเพื่อนเมื่อโดนถามถึงกางเกงยีนขาบานตกยุคที่เขาสวมใส่อยู่เป็นประจำ ทุกวันนี้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของราชันย์จนได้รับฉายา “ราชันย์ขาม้า” เป็นของตัวเอง

กระเป๋าสะพายที่เต็มไปด้วยเครื่องมือช่างก็เป็นเฟอร์นิเจอร์ประจำตัวอย่างหนึ่งของเขา ไม่ทราบเป็นเพราะเขาของมีบ้านเป็นอู่ซ่อมรถหรืออย่างไร คนที่รู้จักจึงมักขอให้เขาช่วยซ่อมสิ่งของต่าง ๆ อยู่เรื่อย สุดท้ายเขาจึงพกถุงเครื่องมือติดตัวเป็นประจำ บางครั้งเขาก็ได้เงินพิเศษจากงานซ่อมเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย

[+++++++++++++++++++++++-]

Patching … 95% Completed

ราชันย์มองดูหน้าต่างข้อความที่เคลื่อนไปอยู่ข้าง ๆ ตัวติดกับต้นแขนด้านซ้ายก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้หนังสังเคราะห์ในร้านเน็ตเจ้าประจำ อีกไม่นานก็จะเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ถึงตอนนั้นเขาก็จะทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้น เช่นเดียวกับการตอบสนองต่อคนที่ล้อเลียนการแต่งตัวของเขา เขาไม่สนใจเรื่องที่ควบคุมไม่ได้แต่ตั้งสมาธิกับสิ่งที่บังคับได้อย่างคีย์บอร์ดตรงหน้ามากกว่า

Knight เป็นคลาสของตัวละครหลักที่เขาเล่นอยู่ เขามีตัวละครใน ID เกมนี้อีกหลายตัว แต่ Knight ที่มากด้วยพลังป้องกันและมีพาหนะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่อย่างนกอีมูเป็นตัวละครที่เขาเลือกเสมอยามที่ต้องลากมอนสเตอร์มารวมกันเป็นกลุ่มเพื่อเก็บของ

สนองเข้าร้านตอนห้าโมงครึ่งพอดี เพื่อนคนนี้เป็นคนตรงต่อเวลาแบบแปลก ๆ คือไม่ว่าอย่างไรก็ต้องถึงที่หมายตามเวลานัด จะไปถึงหลังเวลานัดไม่ได้ แต่ก็ไม่ยอมมาก่อนเวลาเช่นเดียวกัน

หมาป่าแดง มอนสเตอร์เลเวล 38 ที่มีความแม่นยำในการโจมตีสูง ความเร็วในการโจมตีก็ไม่น้อย ทั้งยังอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่คอยรุมโจมตีผู้เล่นที่หลงเข้าไปในถิ่นของมันโดยที่ไม่ได้เตรียมตัว

ราชันย์ใช้ทักษะยั่วโมโหเรียกหมาป่าเข้ามาหาตัวเองครั้งละตัว แต่เขาจะได้หมาป่าแดงอีกอย่างน้อยสามตัวติดพ่วงมาด้วยเสมอ อาศัยพลังป้องกันที่สูงส่งเขาทนรับการโจมตีจากหมาป่าแดงเป็นครั้งคราว ลากฝูงหมาป่าสามสิบกว่าตัวไปหาสนองที่ร่ายเวทรออยู่ก่อน

ดาวตกขนาดใหญ่พุ่งลงจากท้องฟ้าปะทะกับพื้นหญ้าแล้วกลิ้งผ่านฝูงหมาป่าสร้างความเสียหายครึ่งหนึ่งของพลังชีวิตรวมของเหล่าหมาป่า ราชันย์ต้องลากหมาป่าเหล่านี้วิ่งวนอีกรอบหนึ่งเพื่อรอการร่ายเวทของสนองที่ใช้เวลายี่สิบวินาที เมื่อฝูงหมาป่าตายลงเขาก็จัดการกับหมาป่าที่เหลือบางตัวและเก็บของที่หล่นอยู่บนพื้น

ผู้เล่นบางคนวิ่งผ่านมาและยืนนิ่งอยู่หน้าไอเท็มครู่หนึ่งก่อนจะวิ่งผ่านไปเพราะไม่สามารถเก็บของที่หล่นอยู่บนพื้น ระบบของเกมจะกำหนดเวลาสำหรับเก็บของที่หล่นบนพื้นเอาไว้ตามค่าความเสียหายและลำดับการโจมตีที่ผู้เล่นทำต่อมอนสเตอร์ ดังนั้นผู้เล่นที่ไม่มีส่วนร่วมกับการกำจัดมอนสเตอร์นั้น ๆ จึงไม่สามารถเก็บไอเท็มจากบนพื้นซึ่งเป็นของราชันย์ได้

มอนสเตอร์ที่ตายไปจะเกิดใหม่บนแผนที่ทันทีเว้นแต่จะเป็นมอนสเตอร์ระดับบอสที่มีช่วงเวลารอเกิด ราชันย์ลากหมาป่าอยู่เช่นนี้ชั่วโมงหนึ่งก็ได้เงินมากพอสำหรับซื้อยา แต่สนองกลับบอกข่าวร้ายกับเขาว่าเด็ก ม.3 ที่นัดกันเอาไว้ติดธุระมาไม่ได้ แผนการวันนี้ต้องล้มเลิกเสียแล้ว

ผิดหวังเล็กน้อยแต่ราชันย์ก็ไม่คิดมาก เขาเปิดเว็บเช็คข่าวในวงการเกมอย่างที่ทำประจำ ส่วนสนองก็เปิดเกม Hero of the Ancient หรือที่เรียกกันติดปากหมู่ผู้เล่นว่า Hota สนองชวนราชันย์เล่นเกมนี้หลายครั้งแต่ราชันย์ยังสนุกกับเกมออนไลน์อยู่จึงไม่ได้จับเกมต่อสู้บนแผนที่แบบห้าต่อห้านั้น ถึงแม้ในร้านเน็ตเวลานี้แทบทุกเครื่องจะเล่นกันแต่เกมนี้ก็ตาม

ระหว่างที่อ่านข่าวนี้เองราชันย์ก็หันไปเห็นหน้าต่างข้อความในวินาทีสุดท้าย 100%

แสงไฟในร้านดับมืดลงพร้อมกับเสียงโห่ร้องของเหล่านักเล่นเกมที่ถูกตัดออกจากเกม

“เจ๊ ยูพีเอสไม่ทำงานเหรอ” ลูกค้าในร้านคนหนึ่งร้องแทรกเสียงอื่น ๆ ขึ้นมาในความมืด

“เจ๊ไม่รู้เหมือนกัน” เจ้าของร้านวัยกลางคนร้องตอบกลับมา

UPS คืออุปกรณ์สำรองไฟสำหรับคอมพิวเตอร์ นอกจากการปรับแรงดันไฟฟ้าที่ส่งป้อนเข้าคอมพิวเตอร์ให้คงที่เพื่อถนอมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แล้วยังทำหน้าที่จ่ายไฟให้คอมพิวเตอร์ในกรณีที่ไฟดับ แม้จะจ่ายไฟฟ้าได้ไม่นานแต่ก็มากพอสำหรับการบันทึกเซฟงานต่าง ๆ ที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์กำลังทำงานอยู่

หลอดไฟในร้านกระพริบสองสามครั้งแล้วจึงติดสว่างทั้งร้าน เสียงพัดลมคอมพิวเตอร์และเครื่องปรับอากาศดังฮัมเป็นพื้นหลังของเสียงพูดคุย เหล่าผู้เล่นในร้านพูดคุยกันเสียงดังเพราะไม่มีอะไรอย่างอื่นให้ทำนอกจากการรอคอมพิวเตอร์พร้อมสำหรับการเล่นเกม

ราชันย์นั่งนิ่ง เขาหยิบชามะนาวขึ้นมาดูดกินช้า ๆ หยดน้ำที่จับอยู่รอบขวดทำให้มือเขาเปียกแฉะ เขาตั้งใจสำรวจการเปลี่ยนแปลงรอบตัวอย่างละเอียด

หน้าต่างข้อความขนาดต่าง ๆ เริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเขา ทุกสิ่งที่เขาจ้องมองและให้ความสนใจเริ่มแสดงรายละเอียดขึ้นมาในรูปแบบของหน้าต่างข้อความในเกม

.

[ชาเย็นเมสที]

น้ำหวานกลิ่นชาผสมกรดสังเคราะห์ ปริมาตรที่เหลือ 115 มิลลิลิตร

.

นั่นคือข้อความที่ปรากฏขึ้นมาเมื่อราชันย์ตั้งใจพิจารณารายละเอียดของขวดน้ำชา เขาทดลองอ่านข้อมูลบนขวดน้ำอัดลมและได้พบว่ารายละเอียดของชามะนาวในหน้าต่างข้อความมีเพิ่มมากขึ้นตามรายละเอียดที่เขาได้รับรู้เพิ่มเติม ปริมาตรสุทธิ ส่วนประกอบอื่น ๆ วันเดือนปีที่ผลิต สถานที่ผลิต ตัวแทนจำหน่าย ข้อมูลทุกอย่างถูกเพิ่มเข้าไปในหน้าต่างข้อความอย่างครบถ้วน

ถ้าเป็นวัยรุ่นทั่วไป ปฏิกิริยาที่คาดหวังได้ก็คือความตื่นเต้น ระบบในเกมออนไลน์ปรากฏขึ้นในชีวิตจริงเช่นนี้จะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกอยากรู้อยากเห็นอยากทราบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะนำพาไปสู่ความสุดยอดประการใดได้บ้าง

ราชันย์ต่างจากวัยรุ่นทั่วไปอยู่บ้าง เขาเป็นคนที่อยู่กับความจริงเสมอ แม้จะชอบเล่นเกมออนไลน์แต่ก็ไม่เคยเอามันมาผูกโยงกับชีวิตจริง ดังนั้นในความคิดของเขาจึงมีแต่ความสงสัยในความจริงของสิ่งที่ตัวเองกำลังได้รับรู้

ความคิดที่ว่าเขากำลังมีอาการประสาทหลอนเป็นภาพลงตาเวียนกลับมาเยี่ยมเยือนอีกครั้งหลังจากปรากฏตัวเมื่อตอนกลางวันแล้วหายไป หรือว่าเขาเล่นเกมมากเกินไปจนทำให้เกิดภาพหลอน แม้จะคิดว่าเป็นไปได้ยากแต่ราชันย์ก็เห็นว่าตัวเองน่าจะเลิกเล่นเกมออนไลน์สักพัก บางทีอาการภาพหลอนนี้จะดีขึ้น

สนองเลิกคิ้วประหลาดใจแต่ก็พยักหน้ารับทราบเมื่อราชันย์บอกเพื่อนว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายและต้องการกลับไปพักผ่อนที่บ้าน

“ยังไงก็ไม่ใช่ของจริงเพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว” ราชันย์คิดในใจระหว่างที่เดินกลับบ้าน ผ่านหน้าต่างข้อความมากมายที่รายล้อมรอบตัว ขอเพียงเขาให้ความสนใจกับสิ่งของใดเพียงเล็กน้อยหน้าต่างรายละเอียดเหล่านั้นก็แสดงตัวออกมาในทันที

แม้แต่ตอนที่เขาตัดสินใจล้มตัวลงนอนยังมีหน้าต่างข้อความแจ้งเตือน

.

[ท่านต้องการนอนพักผ่อนเป็นเวลาเท่าใด]

1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง 6 ชั่วโมง 12 ชั่วโมง ระบุตัวเลข

[———+———-]

.

ราชันย์ถอนหายใจอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เขายื่นนิ้วไปแตะแถบเลื่อนและสัมผัสได้ถึงแรงต้านแฝงความยืดหยุ่นเล็กน้อย คล้ายกับตอนที่ใช้นิ้วกดบนหน้าจอ LCD ในร้านเกมที่มักจะสร้างวงคลื่นสีรุ้งรอบปลายนิ้วถ้ากดแรงเกินไป

แถบเลื่อนถูกเลื่อนไปที่ 9 ชั่วโมง ถึงเวลาตีห้าที่เขาต้องตื่นทุกเช้าพอดี

ราชันย์นอนคิดบนเตียงได้อีกเล็กน้อยก็ผล็อยหลับไป

************

 

“ชัน วันนี้จะมีรถเข้ามาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องสองคันนะ กลับมาจากโรงเรียนแล้วจัดการด้วย”

“ครับพ่อ”

ราชันย์ตักแกงส้มที่พ่อซื้อมาราดข้าวร้อนหุงสุกใหม่กิน พ่อกับแม่เขาอย่ากันตั้งแต่ตอนที่เขายังเรียนประถม เขาไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมพ่อกับแม่จึงอย่ากัน ตอนเด็กไม่ได้คิดถึง ตอนโตก็ไม่ได้อยากรู้ ที่ผุดขึ้นมาในความคิดเป็นครั้งคราวก็คือน้องสาวที่ไปอยู่กับฝั่งแม่ซึ่งไม่ได้เห็นกันอีกเลยตั้งแต่สมัยเด็ก

ชีวิตของเขากับพ่อก็ต้องพึ่งพาแกงถุงจากตลาดกินกับข้าวที่หุงเอง แกงต้องซื้อเพราะประหยัดเวลากว่าทำเอง ข้าวต้องหุงเพราะประหยัดเงินกว่าซื้อกิน ข้าวร้อน ๆ ที่เขาหุงตอนเช้ากับแกงที่เริ่มเย็นจึงเป็นอาหารของราชันย์มาเป็นเวลานานหลายปี

ราชันย์เคยคิดคำนวณรายรับรายจ่ายของกิจการอู่ซ่อมอยู่สองสามครั้ง เขาพบว่ากิจการของพ่อก็ไม่ได้เลวร้าย มีเงินเข้าบ้านเดือนละหมื่นห้าพันถึงสองหมื่นหักค่าใช้จ่ายและของที่ต้องซื้อเข้าร้านทั้งหมดแล้ว แต่เงินทั้งหมดก็คล้ายจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาไม่เคยเห็นพ่อใช้เงินซื้อของสิ้นเปลือง พ่อเขาไม่กินเหล้า ไม่เล่นการพนัน แต่กลับไม่เคยมีเงินเหลือ

ราชันย์ไม่คิดจะถาม ถ้าพ่ออยากบอกพ่อคงบอกเขาเอง เขาก็มีปัญหาส่วนตัวที่ต้องเผชิญหน้าอยู่เช่นกัน

ภาพลวงตาที่เขาเห็นตั้งแต่เมื่อวานยังคงอยู่ เพียงแต่ไม่ได้ปรากฏตามใจชอบเหมือนเมื่อวานแล้ว เขาต้องเพ่งสมาธิเพิ่มความตั้งใจมากขึ้นจึงจะเห็นรายละเอียดของสิ่งของต่าง ๆ บนหน้าต่างข้อความ ซึ่งช่วยให้ชีวิตเขาสะดวกกว่าเดิมมาก

ระหว่างที่เดินไปโรงเรียนราชันย์คิดทบทวนผลการทดสอบที่เขาทำในห้องน้ำเมื่อเช้า เขาทดลองใช้นิ้วมือกดลงบนหน้าต่างข้อความโดยแรงและจ้องมองดูผิวหนังส่วนที่สัมผัสกับหน้าต่างข้อความ พบว่าผิวหนังถูกพื้นผิวของหน้าต่างข้อความกดดันเข้าไปเช่นเดียวกับการกดปลายนิ้วลงบนพื้นผิวแข็งอย่างพื้นโต๊ะ เป็นหลักฐานว่าหน้าต่างข้อความนี้มีมวล มีตัวตนในรูปแบบของสสารในทางฟิสิกส์

เว้นแต่ว่าสมองของเขาจะหลอนสร้างภาพเหล่านี้ขึ้นมาเอง

“ชัน เป็นไงมั่งวะ” สนองที่ดักรอราชันย์อยู่หน้าประตูโรงเรียนร้องทัก

“อืม … ก็ไม่ค่อยดีนะ อาจจะต้องงดเล่นเกมซักพัก” ราชันย์คิดว่าตัวเองสมควรที่จะหยุดพักการเล่นเกมอีกสักพัก

“เหรอ อืม ไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยมาเล่นด้วยกันทีหลังก็ได้ เอาจริง ๆ ข้าก็เริ่มเบื่อ ๆ เกมออนไลน์เหมือนกันว่ะ ฮ่า ๆ ๆ เอ้อ แกรู้รึเปล่าว่าเมื่อคืนตอนที่แกกลับไปแล้วมีอะไรแปลก ๆ ด้วย”

“อะไรวะ” ราชันย์เลิกคิ้ว

“เมื่อคืนนี้ตอนประมาณสามทุ่มมีรถฉุกเฉินวิ่งเปิดหวอดังสนั่นเลย ไม่รู้มีอุบัติเหตุใหญ่อะไรที่ไหนรึเปล่า มากันเป็นร้อยคันเลยมั้ง ทั้งรถตำรวจ รถพยาบาล รถกู้ภัย” สนองอธิบายใส่อารมณ์เต็มที่

“เป็นร้อยเลยเหรอวะ โคตรโม้เลยแก” ราชันย์หัวเราะ

“ไม่ถึงก็เฉียด ๆ ล่ะวะ ไม่เชื่อลองถามคนที่อยู่แถวร้านเน็ตดูก็ได้”

ราชันย์ไม่คิดว่าเพื่อนจะพูดโกหก อย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่เรื่องแบบนี้

“อาจจะมีอุบัติเหตุจริง ๆ ก็ได้ แล้วมันแปลกตรงไหน”

“แปลกตรงที่มันไม่มีข่าวเลยน่ะสิ ทั้งข่าวในเน็ต ข่าวโทรทัศน์ ข่าววิทยุ ขนาดรถสิบล้อคว่ำตอนนั้นมันยังมีข่าวเลย แต่นี่เงียบกริบ ข้าลองค้นหาตามเพจเฟซบุ๊กดัง ๆ ดูแล้ว ไม่มีร่องรอยอะไรเลย แกว่าแปลกมั้ยล่ะ”

ราชันย์ขยับปากจะพูดแต่เสียงไซเรนสัญญาณฉุกเฉินก็ดังขึ้นขัดจังหวะเขาเสียก่อน เขาและสนองหันหลังกลับไปยังประตูโรงเรียนเห็นขบวนรถตำรวจวิ่งนำหน้ารถบรรทุกคันใหญ่สามคัน บนรถบรรทุกมีผ้าคลุมคลุมทับสิ่งของบนรถเอาไว้ แต่ด้านล่างที่ผ้าคลุมปิดไว้ไม่มิดก็แสดงให้เห็นตีนตะขาบของรถถังคันใหญ่ชัดเจน นอกจากนั้นหลังรถบรรทุกทั้งสามคันยังมีรถลาดตระเวนติดปืนกลเบาวิ่งประกบมาอีกสี่คัน

“รัฐประหารอีกแล้วเหรอวะ” สนองพูด

“เฮ่ย ตอนนี้เรามีรัฐบาลทหารดูแลประเทศอยู่ จะมารัฐประหารอะไรอีกล่ะ ถ้าจะรัฐประหารรัฐบาลทหารมีหวังยิงกันเมืองแตก” ราชันย์ส่ายหน้าเห็นว่านี่เป็นไปไม่ได้

“ก็จริง”

ทั้งสองแยกย้ายกันไปที่ห้องเรียนของตัวเองเพื่อเตรียมตัวสำหรับชั่วโมงแรก เข้าแถวหน้าเสาธงแล้วเริ่มเรียนคาบเช้าเหมือนทุก ๆ วัน จนกระทั่งถึงคาบสี่ก่อนเวลาเที่ยงก็มีประกาศจากโรงเรียน

“ขอให้นักเรียนทุกคนปิดประตูห้องและอยู่ในห้องจนกว่าจะมีการประกาศแจ้งอีกครั้ง ย้ำ นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น นักเรียกทุกคนจงเข้าไปในห้องเรียนหรือห้องกิจกรรมที่อยู่ใกล้ที่สุด ปิดประตูห้องให้เรียบร้อยและรอประกาศจากทางโรงเรียนอีกครั้ง อาจารย์ผู้สอนกรุณาช่วยเหลือดูแลนักเรียนที่ตกค้างอยู่นอกห้องเรียนด้วย”

นักเรียนในห้องหันไปมองหน้ากัน เสียงพูดคุยจากกระซิบเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนพยายามชะโงกดูผ่านหน้าต่างห้องเรียนว่าเกิดอะไรขึ้น

“เงียบ ๆ หน่อย” อาจารย์อุบลเคาะแปรงลบกระดานลงกับรางกระดานดำจนฝุ่นชอล์กกระจาย ซึ่งก็ช่วยลดเสียงนักเรียนลงได้บ้าง นักเรียนเองก็เริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดหาข่าวตามเว็บบอร์ดและเฟซบุ๊กว่าเกิดอะไรขึ้น

เสียงอุทานของนักเรียนคนหนึ่งดังขึ้น นักเรียนคนอื่น ๆ ก็พากันมารุมล้อมดูภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ของนักเรียนผู้นั้น

ราชันย์เองก็สนใจอยากดูเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขาไม่อยากเข้าไปเบียดเสียดกับเพื่อนร่วมห้องคนอื่น ๆ เป็นเพื่อนร่วมห้องพูดน้อยคนหนึ่งที่สะกิดไหล่เขาให้มองดูภาพวิดีโอบนจอโทรศัพท์ของตน

เพื่อนร่วมห้องผู้นี้ชื่อสมบัติ เป็นเพื่อนร่วมห้องที่ราชันย์ไม่ได้สนิทสนมด้วยสักเท่าไรเพราะสมบัติเป็นคนพูดน้อย แม้จะมีกลุ่มเพื่อนเป็นของตัวเองแต่สมบัติก็ไม่ค่อยได้เอ่ยปากสักเท่าไรนัก

แม้จะข้องใจและสงสัยว่าทำไมสมบัติจึงแบ่งปันวิดีโอให้เขาแม้จะไม่ได้สนิทสนมกัน แต่ความอยากรู้อยากเห็นของราชันย์มีมากกว่า

ภาพบนหน้าจอโทรศัพท์เป็นภาพถ่ายจากบนอาคารสูงสามหรือสี่ชั้น เป็นการถ่ายลอดผ่านช่องว่างของบานหน้าต่างและผ้าม่านเหมือนกับว่าผู้ถ่ายต้องการปิดบังตัวเองเอาไว้

สภาพการถ่ายที่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ยิ่งทำให้ภาพความเคลื่อนไหวด้านล่างตึกน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

เท่าที่ราชันย์เห็นภาพวิดีโอฉายพื้นที่ลานจอดรถติดกับถนนหน้าคอนโด รถยนต์หลายคันถูกพลิกตะแคงหรือรุนขึ้นไปเกยทับรถคันอื่น ๆ

ในตอนแรกราชันย์เห็นกระทิง แต่เป็นกระทิงขนาดใหญ่ผิวเงาเหมือนโลหะประเภททองเหลือง แสงแดดที่ทำมุมถูกต้องสะท้อนเข้าเลนส์กล้องเป็นระยะ

ในเบื้องแรก เหล่าคนที่เห็นภาพกระทิงทองเหลือตัวสูงสองเมตรคิดเหมือนกันว่านี่เป็นภาพที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ ไม่มีใครคิดว่านี่เป็นของจริง พวกเขาจ้องมองดูกระทิงยักษ์งัดรถยนต์พลิกขึ้นเหมือนเกลียดชังกล่องเหล็กเหล่านี้มาแต่ชาติปางก่อน ยังไม่มีใครคิดเชื่อมโยงสิ่งที่เห็นกับความเป็นจริง

จนกระทั่งจรวด RPG ลูกหนึ่งพุ่งเข้าปะทะกับกระทิงยักษ์ระเบิดเป็นแสงไฟควันสะบัดพัดฝุ่นคลุ้งคละไปทั่วบริเวณ และเสียงระเบิดของจรวด RPG ดังสะท้อนเข้ามาในห้องเรียนผ่านช่องหน้าต่าง

ภาพวิดีโอที่ราชันย์และเหล่านักเรียนในห้องกำลังชมดูอยู่นั้นเป็นการถ่ายทอดสด

หลายคนยังเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งสองเข้าด้วยกันไม่ได้ แต่คนที่หัวคิดไว้หลาย ๆ คนรวมทั้งราชันย์ตระหนักได้ถึงความผิดปกติในทันที

ในจอโทรศัพท์ ภาพการถ่ายทอดเปลี่ยนโฟกัสไปยังอีกฟากหนึ่งของถนน ข้ามผ่านเกาะกลางถนนและรถอีกหลายคัน รถเคลื่อนกำลังพลทหารจอดอยู่บนฟุตบาท พลปืนประจำรถกระชากลูกเลื่อนป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงแล้วยิงปืนกลรัวใส่ฝุ่นควันบนลานจอดรถ เขากระหน่ำยิงเหมือนคนที่ไม่เชื่อใจในพลังทำลายของจรวด RPG ที่สามารถเจาะทะลุแผ่นเหล็กหนาได้ อีกด้านของรถทหารสองคนกำลังป้อนจรวดเข้าใส่ท่อส่งอย่างเร่งรีบ

ราชันย์และนักเรียนหลายคนเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์เพราะเสียงปืนยิงรัวนั้นดังสะท้อนมาถึงในห้องเรียน เหตุการณ์ที่พวกเขากำลังเป็นพยานอยู่ในเวลานี้เกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียงนี่เอง

เสียงร้องคำรามอย่างเสียงเครื่องเป่าทองเหลืองขนาดยักษ์ในวงดุริยางค์แต่ดังกว่ากันร้อยเท่าพันเท่าดังขึ้น ราชารีบก้มลงมองดูภาพในโทรศัพท์ กระทิงทองเหลืองยักษ์ตัวนั้นพุ่งออกจากฝุ่นควันเหมือนกระสุนพุ่งออกจากปากกระบอกปืน กีบเท้าของมันจิกขุดพื้นคอนกรีตกระดอนขึ้นสู่อากาศ มันขวิดรถขนส่งกำลังพลคันนั้นครั้งเดียวก็ส่งรถและคนลอยข้ามกำแพงคอนกรีต ร่วงหล่นลงไปยังทางลาดสู่ลานจอดรถใต้ดินของตึกในเขตกำแพง

เสียงโลหะโดนแรงปะทะจนบุบบี้แทบไม่ต่างจากเสียงที่ได้ยินในภาพยนตร์

กระทิงทองเหลืองร้องคำรามอีกครั้ง ร้องดังก้องด้วยคลื่นเสียงความถี่ต่ำเคาะดีดกระจกบานเกล็ดจนเต้นรัว กระจกหน้าต่างที่ผู้ถ่ายทอดสดใช้เป็นช่องทางส่องผ่านร้าวและแตกออกในวินาทีต่อมา ภาพบนโทรศัพท์เคลื่อนไปมาอย่างรวดเร็วจนจับทิศทางการเคลื่อนไหวและรายละเอียดไม่ได้ ถ้าจะให้คาดเดา ใครก็ตามที่ถ่ายทอดสดเหตุการณ์นี้อยู่กำลังใช้มือตัวเองปิดหูเพื่อป้องกันเสียงคำรามของกระทิงทองเหลือง

ฉับพลันเสียงก้องแหลมแกร่งกร้าวก็ดังขึ้น ผู้ถ่ายทอดเหตุการณ์ยกโทรศัพท์ขึ้นส่องมองดูกระทิงยักษ์ เห็นร่างของมันตีลังกาพลิกไปหลายตลบ เขาหันเลนส์กล้องไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับการล้มกลิ้ง ทันได้เห็นรถถังหนึ่งคันผ่านช่องว่างระหว่างตึกสองตึกก่อนที่จะเคลื่อนหายไปด้านหลังคอนโดติดถนน

กระทิงเองก็ถูกยิงกระเด็นพ้นลานจอดรถไปจนมองไม่เห็นอีก แต่เสียงปืนใหญ่บนรถถังที่ยิงอย่างต่อเนื่องยังคงแล่นผ่านอากาศมาเข้าหูนักเรียนในห้องไม่มีขาดพร่อง

การถ่ายทอดพลันถูกตัดขาดไป

สมบัติดึงโทรศัพท์กลับไป มองหน้าราชันย์วูบหนึ่งแล้วเดินกลับไปนั่งที่มุมห้องติดประตูของตัวเองไม่พูดแม้แต่คำเดียว

ราชันย์ประสานมือวางศอกค้ำบนโต๊ะ สองมือประสานกันนิ้วชี้แนบสนิทติดริมฝีปากตัวเอง เขามั่นใจแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองไม่ใช่ภาพหลอน และต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทิงยักษ์ตัวนั้น

************

googlebg

Comments are closed.