Browsed by
Tag: นิยาย

ตอนที่ 3 สับสน

ตอนที่ 3 สับสน

บุปผาเริ่มสำรวจร่างกาย แต่ด้วยร่างที่โชกเลือดของเธอเกรงว่าต่อให้มีแผลก็มองไม่เห็น มีแต่ใช้ความรู้สึกช่วยยืนยันว่าไม่มีจุดใดในร่างกายที่เจ็บปวด ซึ่งก็ยิ่งทำให้เธอสับสนเข้าไปอีกเพราะถ้าโดนระเบิดลูกนั้นระเบิดใส่เธอมั่นใจว่าแก้วหูเธอคงต้องฉีกขาดหมด ขอเพียงมีความรู้เกี่ยวกับระเบิดสักเล็กน้อยก็จะทราบว่าแรงอัดของระเบิดฆ่าคนที่อยู่ในระยะประชิดได้อย่างรวดเร็ว ถึงไม่มีบาดแผลภายนอกแต่เนื้อในแหลกเหลว

บุปผาคิดถึงโทรศัพท์มือถือแล้วจำได้ว่าเธอวางโทรศัพท์เอาไว้ในตะกร้าใส่เงินไม่ได้พกติดตัวมาด้วย ในกระเป๋าหลังของกางเกงยีนมีสมุดบัญชีหนึ่งเล่มและปากกาที่เสียบเอาไว้ นอกจากนั้นแล้วก็มีเพียงหนังสือที่เธอยังอ่านไม่จบหนึ่งเล่ม

บุปผาคิดสงสัยว่าทำไมตัวเองจึงได้ใจเย็นถึงเพียงนี้ ทั้งที่กำลังประสบกับสิ่งที่สามารถทำให้คนทั่วไปเสียสติได้ง่าย ๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าสมองของเธอกำลังพยายามปกป้องตัวเองด้วยการปิดกั้นสิ่งที่จะทำให้เธอเป็นบ้าเอาไว้

เสียงควบม้าดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของสนามรบ ม้าสีดำสนิทตัวหนึ่งวิ่งนำม้าอีกหลายสิบตัวที่นั่งเอาไว้ด้วยนักรบในชุดเกราะแปลกตานับสิบคน บุปผามองดูชายผมทองบนหลังม้าสีดำซึ่งสวมชุดเกราะอันครบเครื่องมากกว่าคนอื่น ๆ ไม่ทราบว่าจะทำตัวอย่างไร

เขารั้งบังเหียนม้าหยุดลงตรงหน้าเธอ จ้องมองดูด้วยดวงตาสีเขียวมรกตอันเป็นประกายแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เขาเอ่ยเป็นภาษาที่บุปผาไม่เคยได้ยินเธอจึงทำได้แค่ขมวดคิ้วแล้วถามออกไปด้วยภาษาไทย

“ขอโทษค่ะ ที่นี่ที่ไหนคะ”

Read More Read More

ตอนที่ 2 ทะเลเลือด

ตอนที่ 2 ทะเลเลือด

บุปผารู้จักอาการเช่นนี้ อาการเมาค้างหลังไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนครั้งแรก หัวที่ปวดจนแทบระเบิด ระลอกคลื่นของความปวดที่บีบสมองตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ตาที่ลายพร่าเหมือนมองผ่านกระจกฝ้ายามฝนตก เห็นเพียงเงามืดสลัว ร่างกายที่ควบคุมบังคับไม่ได้ ความรู้สึกหนักอึ้งที่กดทับตัวเหมือนนอนอยู่ใต้กระสอบข้าวหลายใบ

กลิ่นคาวที่เหม็นคลุ้งทำให้บุปผาพยายามดึงมือขึ้นมาปิดจมูก แต่มือของเธอถูกตรึงอยู่กับพื้นด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกับร่างกายที่โดนกดทับ ของเหลวที่ไหลผ่านขมับลงมาถึงซอกแก้มและมุมปากมีกลิ่นคาวและกลิ่นสนิมเหล็กที่เธอรู้จัก กลิ่นเลือด

เลือด… เลือดใคร?

ความทรงจำของบุปผาไหลกลับคืนเข้ามาอย่างท่วมท้น เธอจำได้แล้วว่าก่อนหน้านี้เธอเพิ่งโยนกระเป๋าระเบิดใส่ผู้ชายคนนั้น เธอมองเห็นแสงสว่างแต่ไม่ได้ยินเสียงอันใด

หรือว่าตอนนี้เธอกำลังบาดเจ็บสาหัสจากการระเบิด เลือดนี่คงเป็นเลือดของเธอเอง ตอนนี้เธอคงนอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ในตลาด ร่างกายขยับไม่ได้แต่เธอยังไม่ตาย น่าประหลาดที่เธอไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างไร

บุปผานอนนิ่งพยายามจับเสียงของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เธอได้ยินเสียงพูดที่ฟังไม่รู้เรื่องดังแว่วเข้าหู เหมือนเสียงของคนคุยกันที่อีกฟากของห้อง เสียงนั้นดังขึ้นเหมือนต้นกำเนิดเสียงขยับเคลื่อนใกล้เข้ามา

ไม่ใช่ ที่เธอฟังไม่รู้เรื่องนั้นไม่ใช่เพราะเสียงอุดอู้ แต่เป็นเพราะคนเหล่านั้นพูดภาษาที่เธอไม่เคยได้ยิน ภาษาที่มีเสียงสูงต่ำคล้ายภาษาไทยแต่การออกเสียงและรูปแบบของประโยคคำพูดต่างกันโดยสิ้นเชิง

Read More Read More

ตอนที่ 1 บุปผา แม่ค้าหลังเขียงหมู

ตอนที่ 1 บุปผา แม่ค้าหลังเขียงหมู

“เอาน้ำตกสองโลจ้ะแม่ค้า” เสียงเรียกของลูกค้าขาประจำเรียกบุปผาให้เงยขึ้นมาจากหน้าหนังสือ แม่ค้าเจ้าของเขียงหมูที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีแต่ยังไม่ได้หางานทำยิ้มหวานแล้วจัดการเฉือนชั่งเนื้อหมูสำหรับทำหมูย่างน้ำตกใส่ถุงสองกิโลกรัม

“วันนี้ขายดีเหรอคะพี่วิ” บุปผาส่งหมูให้แม่ค้าร้านอาหารอิสานซึ่งตั้งแผงไม่ไกลจากตลาดเท่าไร มองจากเขียงหมูในตลาดยังเห็นร่มสีเหลืองของรถเข็นได้ชัดเจน

“ขายดีจ้ะ พอดีมีรถทัวร์มาลงใกล้ ๆ … บุปผาอ่านอะไรอยู่เหรอจ๊ะ เพลินเชียว” เจ้าของร้านรถเข็นส่งเงินให้บุปผาและชวนคุยระหว่างรอรับเงินทอน เธอยืนดูบุปผาอ่านหนังสืออยู่ที่หน้าเขียงหมูครู่หนึ่งแล้ว

“ตำราพิชัยสงครามซุนวูค่ะ หนูตั้งใจว่าจะอ่านตั้งแต่ตอนเรียนแต่หาโอกาสอ่านไม่ได้ซักที วันนี้ก็เลยยืมห้องสมุดมาอ่าน นี่ค่ะ เงินทอน ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ”

“จ้า ว่าแต่แม่เราจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ ปล่อยให้ลูกดูเขียงคนเดียวแล้วไปเที่ยวเฉยเลย เห็นว่าจะไปเที่ยวให้ครบทุกจังหวัดใช่มั้ยจ๊ะ” คนซื้อหมูนับเงินทอนอย่างตั้งใจตามประสาแม่ค้าขายของ

“ใกล้จะครบแล้วค่ะ แม่เหนื่อยมานานแล้ว ตอนนี้ก็ให้เที่ยวตามสบายไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวแม่กลับมาหนูก็ต้องหางานทำแล้วเหมือนกัน”

“จ้า ขอให้โชคดีนะจ๊ะ อ้อ พรุ่งนี้ก็เหมือนเดิมนะ น้ำตกสองกิโล เดี๋ยวพี่มาเอาแต่เช้า”

“ค่ะ หนูจะเตรียมไว้ให้เหมือนเคยค่ะ”

Read More Read More

ความเครียดที่บังคับควบคุมไม่ได้

ความเครียดที่บังคับควบคุมไม่ได้

ไข่เครียด
ไข่เครียด

ความเครียดนั้นเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่เครียดไม่คิดมาก เรื่องต่าง ๆ ก็สามารถปล่อยผ่านไปได้โดยไม่กังวลกับมันมากเกินไป แต่เมื่อได้เป็นโรคความดันผมจึงได้เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วความเครียดเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหนเลย มันยังคงซ่อนตัวอยู่ภายในรอการปะทุอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วความเครียดก็น่าจะถูกจัดอยู่ในหมวดอารมณ์ความรู้สึกที่ยากจะควบคุมบังคับได้ เรารู้ว่าตัวเองเสียใจแต่บังคับไม่ให้ตัวเองไม่เสียใจไม่ได้ เรารู้ว่าตัวเองมีความสุข แต่บังคับตัวเองไม่ให้สุขไม่ได้ สิ่งที่พอจะทำได้เพื่อคลายความเครียดนั้นก็เห็นจะมีแต่การ “เห็นซึ้ง” ในตัวตนของความเครียดนั้น

Read More Read More

จุดโฟกัสบนภาพรวม

จุดโฟกัสบนภาพรวม

ลูกศร ซ้ายขวา

วันนี้แต่งนิยายแล้วอ่านความเห็น รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ผู้อ่านไม่ชอบตัวละครหนึ่ง คือจริง ๆ ผมก็คิดไว้แล้วว่าตัวละครตัวนี้จะต้องขัดใจใครหลายคน แต่มันก็ชวนให้คิดลึก ๆ ลงไปถึงรากฐานของตัวละครว่าทำไมการปฏิบัติตัวของตัวละครตัวหนึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้อ่านได้มากขนาดนั้น แรงผลักดันใดที่ไปกวนความรู้สึกของผู้อ่านขึ้นมาจนเกิดปฏิกิริยาตอบสนองอันหลากหลาย

มันทำให้ผมคิดพิจารณาลึกเข้าไปอีกว่าสิ่งที่ทำให้เราชอบหรือไม่ชอบคนหนึ่งนั้น อะไรที่ส่งผลกระทบมากกว่า ระหว่างเรื่องที่เราไม่ชอบเพียงเรื่องเดียวของคนคนหนึ่ง หรือตัวตนโดยรวมของคนนั้น ๆ

การรับรู้ส่วนที่ดีของผู้คนนั้นเป็นเรื่องง่าย แม้ว่าความดีในมุมมองของแต่ละคนจะต่างกันแต่ก็มีจุดร่วมกันอยู่พอสมควร แต่การยอมรับส่วนที่เลวร้ายของคนคนนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ถามว่าขีดจำกัดของคนคนหนึ่งสำหรับคนคนหนึ่งจะมีมากแค่ไหน แค่ไหนจึงจะเรียกว่าเลวร้ายจนรับไม่ได้ แค่ไหนจึงเรียกว่าเขายังมีส่วนที่ดีของเขาอยู่

ตัวตนของมนุษย์นั้นใช้เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างขอดีข้อเสียเหล่านี้ใช่หรือไม่ ถ้าอยู่ตัวคนเดียวไม่เกี่ยวข้องกับใครเรื่องนี้ก็คงไม่ส่งผลกระทบให้ใครเดือดร้อน แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นให้ต้องอยู่ร่วมกันแล้วคุณจะปล่อยให้เรื่องเช่นนี้บงการความคิดคุณมากเพียงไร

ปัญหาที่นักเขียนนิยายออนไลน์ต้องเผชิญ

ปัญหาที่นักเขียนนิยายออนไลน์ต้องเผชิญ

Writer โดย Dave Morrison Photography
Writer โดย Dave Morrison Photography

ผมเขียนนิยายออนไลน์ ก็ได้พบกับปัญหาต่าง ๆ หลาย ๆ อย่างที่จะไม่พบในการเขียนนิยายสมัยก่อน การเขียนนิยายสมัยก่อนนั้นจะมีผลงานออกมาให้คนเห็นได้ก็คือต้องเขียนให้เสร็จ ต้องเป็นเล่ม ต้องมีบรรณนาธิการช่วยจัดการดูแลให้ แต่สมัยนี้ไม่ใช่ การเขียนนิยายเดี๋ยวนี้มีช่องทางมากมาย แต่ช่องทางมากมายนั้นก็นำมาซึ่งปัญหาหนึ่ง ปัญหาที่นักเขียนรุ่นก่อนไม่ต้องพบเจอ

การตอบสนองของผู้อ่าน

Read More Read More

คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นหัดแต่งนิยาย

คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นหัดแต่งนิยาย

คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นหัดเขียนนะครับ

1. เล็กไปใหญ่

ขึ้นชื่อว่ามือใหม่แล้วประสบการณ์จะน้อย แทนที่จะเริ่มต้นเรื่องยาว ๆ ตัวละครห้าสิบหกสิบตัว ก็เริ่มต้นด้วยเรื่องเล็ก ๆ มีตัวละครไม่กี่ตัวไปก่อน ทำเรื่องง่าย ๆ ให้สำเร็จก่อนแล้วจึงค่อยขยับขยาย ไม่เช่นนั้นพอเจอความยากของการทำเรื่องใหญ่ ๆ แล้วจะท้อจนเลิกเขียนไปเสียก่อน

2. เขียนให้เข้าใจได้ง่ายก่อนแล้วค่อยให้ความสำคัญกับลูกเล่นลีลา

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนมีคนมาถามทางเรา เราต้องบอกทางให้กระชับ เข้าใจง่าย สื่อความหมายชัดเจน พาเขาไปถึงจุดหมายได้ แทนที่จะอธิบายว่าต้นไม้ข้างทางสวยแค่ไหน ตึกหลังนั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างไร แต่คนฟังกลับหลง ไปไม่ถึงที่หมายเสียอย่างนั้น หยาบแต่รู้เรื่อง ดีกว่าสละสลวยแต่อ่านแล้วงง เมื่อคล่องในการสื่อความหมายแล้วจึงเสริมเพิ่มความสละสลวยสวยงามเข้าไปในภายหลัง

3. หาข้อมูล

ถ้าเขียนเรื่องราวที่มีรายละเอียดเฉพาะทาง จงหาข้อมูลเอาไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเขียน กับเรื่องเล็กน้อยอาจจะไม่เท่าไร แต่บางเรื่องที่เป็นกุญแจ เป็นปมสำคัญ ถ้าเขียนโดยไม่มีข้อมูลเลยจะโดนวิจารณ์อย่างหนัก ตัวอย่างเช่นเขียนนิยายฆาตกรรมที่มีการใส่ยาพิษลงในระหว่างการปรุงอาหาร บอกชื่อทางเคมีของยาพิษชัดเจนแต่กลับไม่ทราบว่ายาพิษตัวนั้นจะเสียสภาพความเป็นพิษเมื่อผ่านความร้อน สำหรับนักเขียนถ้าพลาดแบบนี้มีเสียศูนย์นะครับ เป๋เอาง่าย ๆ ขาดความมั่นใจไปเลยก็มี

4. วางโครงเรื่องให้จบก่อนค่อยลงมือเขียน

การเขียนนิยายโดยวางโครงเรื่องเอาไว้ก่อนจะเขียนได้ง่ายกว่า การด้นสดแบบให้ตัวละครผลักดันเนื้อเรื่องไปเองอาจจะทำให้นิยายมีชีวิตชีวา แต่ก็ออกทะเลได้ง่าย ๆ อย่างเลวร้ายคือหาทางลงไม่ได้ ไม่ทราบว่าจะจบเนื้อเรื่องอย่างไร อาจจะไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่านักเขียนจะต้องเขียนแบบวางโครงเรื่อง หลายคนอาจจะคิดว่าการวางโครงเรื่องเป็นการปิดกั้นจินตนาการของนักเขียน แต่สำหรับมือใหม่ผมคิดว่าเริ่มต้นจากการวางโครงเรื่องก่อนดีกว่าครับ

5. หมายเหตุจุดสำคัญ

เวลาที่มีปมหรือเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในนิยาย ให้บันทึกเอาไว้เพื่ออ้างอิงในภายหลัง จะได้ทราบว่าไม่พลาดอะไรตรงไหน

6. เตรียมตัวรับทั้งคำชมและคำด่า

เราไม่สามารถเขียนนิยายให้ถูกใจคนทุกคนได้ “ไม่มีทาง” เราจะได้รับคำชมให้หัวใจได้พองโต ยิ้มได้จนมุมปากแทบฉีกถึงใบหู ในขณะเดียวกันเราก็จะได้รับคำด่า ที่ทำให้เกิดรูโหวงในช่องท้อง น้ำตาคลอ หัวคิ้วผูกกันเป็นโบ
อย่าลอยเหลิงถ้าโดนชม อย่าถ่วงจมถ้าโดนด่า ความรู้สึกมันบังคับไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะไม่คิดถึงมันมากเกินไปได้ ตรงนี้คงต้องใช้เวลาหน่อยจึงจะปรับตัวทำใจกันได้ นักเขียนนิยายดัง ๆ โดนกันมาหมดแล้ว ยิ่งในโลกปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตทำให้คำพูดคำวิจารณ์ต่าง ๆ เข้าถึงตัวผู้แต่งได้ง่าย ถ้าไม่ฝึกตนให้แข็งแกร่งก็จะยืนหยัดได้ลำบากครับ

 

บันทึกประจำวัน 2016-03-27 ลุกขึ้นมาต่อสู้กับตัวเองอีกครั้ง

บันทึกประจำวัน 2016-03-27 ลุกขึ้นมาต่อสู้กับตัวเองอีกครั้ง

เพลงใหม่ของ Baby Metal ครับ “The One” ผมชอบมากเลยทีเดียวครับ

ตอนนี้ผมมีงานที่ต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน ต้องการพลังใจอย่างถึงที่สุด ทั้งนิยาย Jelly King ที่ต้องปรับปรุงเนื้อหาใหม่ เกมที่ต้องทำให้เรียบร้อย การวาดภาพที่ต้องทำให้เสร็จและต่อเนื่อง เว็บที่ต้องปั่นวันละสามเว็บเป็นอย่างน้อย เมื่อวานโหลด Unity มาลง เลยมีการหัด JS ที่ค้างเอาไว้นานแสนนานเพิ่มเข้ามาอีก

วันนี้ที่ทำได้ก่อนอย่างอื่นคงเป็นการปั่นเว็บ ทำเสร็จแล้วค่อยไปจัดการเรื่องอื่น ต้องกระตุ้นสร้างพลังใจให้เต็มที่

Read More Read More

บันทึกประจำวัน 2016-02-24 พริกป่น

บันทึกประจำวัน 2016-02-24 พริกป่น

พริกขี้หนูคั่วป่น จิรา
พริกขี้หนูคั่วป่น จิรา

วันนี้พริกหมดครับ เลยซื้อพริกป่นมาเพิ่ม ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมจะซื้อพริกยี่ห้อไร่ทิพย์ (ถ้าจำไม่ผิด) คือมันก็ใช้ได้ไม่เลวนะครับ ให้รสเผ็ดเหมือนกัน แต่วันนี้ผมแวะซูเปอร์ฯ ที่เข้าไปซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่นกาแฟซองเล็กกินบ่อย ๆ เห็นพริกป่นซองนี้เลยซื้อมาทดลองดู ราคาสิบบาท ได้ไม่มากไม่น้อย

หอมกลิ่นคั่วอย่างที่โฆษณาหน้าซองจริง ๆ ครับ เผ็ดสะใจจริง ๆ ด้วย คือพริกผงที่ไม่เผ็ดนี่ผมเคยกินบ่อย ๆ พริกที่เผ็ดมากจนคาดไม่ถึงก็กินบ่อย ๆ แต่พริกป่นยี่ห้อนี้ต้องบอกว่างสมคำโฆษณาจริง ๆ เผ็ด หอมกลิ่นคั่ว สะใจ ชิตังเม จิรา แนะนำเลยครับ โดยเฉพาะความหอมของพริกคั่วนี่ไหม้นิด ๆ นี่ผมชอบมาก