รีวิว เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ

ผมอ่านนิยายของหวงอี้มาเกือบทุกเรื่อง เจาะเวลาหาจิ๋นซี, มังกรคู่สู้สิบทิศ, เทพมารสะท้านภพ, จอมคนแผ่นดินเดือด, เทพทลายนภา, ผู้พิชิตดาราจักร โดยส่วนใหญ่ก็เช่าอ่านจากร้านเช่าหนังสือ กว่าจะจบแต่ละเรื่องก็หมดไปหลายบาทอยู่

หลังจากที่พักการอ่านนิยายไปนานเนื่องจากไม่ต้องการให้นิยายของตัวเองได้รับผลกระทบจากแนวคิดของคนอื่นและเห็นว่าเรื่องใหม่นี้มีถึงสามภาคและจบหมดแล้ว เหมาะสำหรับการอ่านรวดเดียวจึงเริ่มต้นเช่ามาอ่าน

Continue reading “รีวิว เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ”

ความเบื่อหน่ายของผู้อ่านต่อนิยายที่มีหน้าต่างระบบเกม

หน้าต่างตัวละครเกม

หน้าต่างตัวละครเกมเป็นสิ่งที่ได้พบบ่อย ๆ ในนิยายต่างโลกสมัยนี้ บ่อยมากจนผู้อ่านเกิดความเบื่อถึงขนาดที่ว่าถ้ามีการบรรยายถึงหน้าต่างเกมแบบนี้ก็เลิกอ่านในทันที พอเป็นแบบนี้แล้วคนแต่งนิยายก็ต้องคิดเผื่อเรื่องนี้ไปด้วย ผมเองที่เริ่มแต่งนิยายเรื่องใหม่เก็บไว้เผยแพร่รวดเดียวก็ต้องหลีกเลี่ยงการใช้หน้าต่างเกมแบบนี้ จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไรเพราะมันบังคับให้เราดิ้นรนหาทางสร้างความแตกต่างจากนิยายที่มีอยู่มากมาย การใช้หน้าต่างเกมเป็นเครื่องมือแม้จะช่วยให้แต่งนิยายได้ง่ายขึ้นเพราะสิ่งที่ยากในการอธิบายก็สามารถระบุลงไปในหน้าต่างเกมได้เลย

แต่การที่เราจะใส่หน้าต่างเกมลงในนิยายของตนนั้นเราก็ต้องคิดไว้ก่อนว่าหน้าต่างเกมนั้นแท้จริงแล้วเป็นการลดทอนรายละเอียดจากของจริง อย่างเช่นเกมภาษาที่มีรายละเอียดมากมาย มากจนเกินไป มากขนาดที่ว่าคนเล่นเกิดความเบื่อและขี้เกียจจัดการรายละเอียดปลีกย่อยเหล่านั้น ถ้าเราไม่ต้องการเน้นนิยายให้มีแกนสำคัญอยู่ที่กลไกเกมแล้ว เราก็สมควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้หน้าต่างเกมเหล่านี้

ไม่ใช่ว่าหน้าต่างเกมไม่ดี แต่มันมีเยอะเกินไปแล้ว

ตอนที่ 3 สับสน

บุปผาเริ่มสำรวจร่างกาย แต่ด้วยร่างที่โชกเลือดของเธอเกรงว่าต่อให้มีแผลก็มองไม่เห็น มีแต่ใช้ความรู้สึกช่วยยืนยันว่าไม่มีจุดใดในร่างกายที่เจ็บปวด ซึ่งก็ยิ่งทำให้เธอสับสนเข้าไปอีกเพราะถ้าโดนระเบิดลูกนั้นระเบิดใส่เธอมั่นใจว่าแก้วหูเธอคงต้องฉีกขาดหมด ขอเพียงมีความรู้เกี่ยวกับระเบิดสักเล็กน้อยก็จะทราบว่าแรงอัดของระเบิดฆ่าคนที่อยู่ในระยะประชิดได้อย่างรวดเร็ว ถึงไม่มีบาดแผลภายนอกแต่เนื้อในแหลกเหลว

บุปผาคิดถึงโทรศัพท์มือถือแล้วจำได้ว่าเธอวางโทรศัพท์เอาไว้ในตะกร้าใส่เงินไม่ได้พกติดตัวมาด้วย ในกระเป๋าหลังของกางเกงยีนมีสมุดบัญชีหนึ่งเล่มและปากกาที่เสียบเอาไว้ นอกจากนั้นแล้วก็มีเพียงหนังสือที่เธอยังอ่านไม่จบหนึ่งเล่ม

บุปผาคิดสงสัยว่าทำไมตัวเองจึงได้ใจเย็นถึงเพียงนี้ ทั้งที่กำลังประสบกับสิ่งที่สามารถทำให้คนทั่วไปเสียสติได้ง่าย ๆ บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าสมองของเธอกำลังพยายามปกป้องตัวเองด้วยการปิดกั้นสิ่งที่จะทำให้เธอเป็นบ้าเอาไว้

เสียงควบม้าดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของสนามรบ ม้าสีดำสนิทตัวหนึ่งวิ่งนำม้าอีกหลายสิบตัวที่นั่งเอาไว้ด้วยนักรบในชุดเกราะแปลกตานับสิบคน บุปผามองดูชายผมทองบนหลังม้าสีดำซึ่งสวมชุดเกราะอันครบเครื่องมากกว่าคนอื่น ๆ ไม่ทราบว่าจะทำตัวอย่างไร

เขารั้งบังเหียนม้าหยุดลงตรงหน้าเธอ จ้องมองดูด้วยดวงตาสีเขียวมรกตอันเป็นประกายแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น เขาเอ่ยเป็นภาษาที่บุปผาไม่เคยได้ยินเธอจึงทำได้แค่ขมวดคิ้วแล้วถามออกไปด้วยภาษาไทย

“ขอโทษค่ะ ที่นี่ที่ไหนคะ”

Continue reading “ตอนที่ 3 สับสน”

ตอนที่ 2 ทะเลเลือด

บุปผารู้จักอาการเช่นนี้ อาการเมาค้างหลังไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อนครั้งแรก หัวที่ปวดจนแทบระเบิด ระลอกคลื่นของความปวดที่บีบสมองตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ตาที่ลายพร่าเหมือนมองผ่านกระจกฝ้ายามฝนตก เห็นเพียงเงามืดสลัว ร่างกายที่ควบคุมบังคับไม่ได้ ความรู้สึกหนักอึ้งที่กดทับตัวเหมือนนอนอยู่ใต้กระสอบข้าวหลายใบ

กลิ่นคาวที่เหม็นคลุ้งทำให้บุปผาพยายามดึงมือขึ้นมาปิดจมูก แต่มือของเธอถูกตรึงอยู่กับพื้นด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกับร่างกายที่โดนกดทับ ของเหลวที่ไหลผ่านขมับลงมาถึงซอกแก้มและมุมปากมีกลิ่นคาวและกลิ่นสนิมเหล็กที่เธอรู้จัก กลิ่นเลือด

เลือด… เลือดใคร?

ความทรงจำของบุปผาไหลกลับคืนเข้ามาอย่างท่วมท้น เธอจำได้แล้วว่าก่อนหน้านี้เธอเพิ่งโยนกระเป๋าระเบิดใส่ผู้ชายคนนั้น เธอมองเห็นแสงสว่างแต่ไม่ได้ยินเสียงอันใด

หรือว่าตอนนี้เธอกำลังบาดเจ็บสาหัสจากการระเบิด เลือดนี่คงเป็นเลือดของเธอเอง ตอนนี้เธอคงนอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ในตลาด ร่างกายขยับไม่ได้แต่เธอยังไม่ตาย น่าประหลาดที่เธอไม่รู้สึกเจ็บแต่อย่างไร

บุปผานอนนิ่งพยายามจับเสียงของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เธอได้ยินเสียงพูดที่ฟังไม่รู้เรื่องดังแว่วเข้าหู เหมือนเสียงของคนคุยกันที่อีกฟากของห้อง เสียงนั้นดังขึ้นเหมือนต้นกำเนิดเสียงขยับเคลื่อนใกล้เข้ามา

ไม่ใช่ ที่เธอฟังไม่รู้เรื่องนั้นไม่ใช่เพราะเสียงอุดอู้ แต่เป็นเพราะคนเหล่านั้นพูดภาษาที่เธอไม่เคยได้ยิน ภาษาที่มีเสียงสูงต่ำคล้ายภาษาไทยแต่การออกเสียงและรูปแบบของประโยคคำพูดต่างกันโดยสิ้นเชิง

Continue reading “ตอนที่ 2 ทะเลเลือด”

ตอนที่ 1 บุปผา แม่ค้าหลังเขียงหมู

“เอาน้ำตกสองโลจ้ะแม่ค้า” เสียงเรียกของลูกค้าขาประจำเรียกบุปผาให้เงยขึ้นมาจากหน้าหนังสือ แม่ค้าเจ้าของเขียงหมูที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีแต่ยังไม่ได้หางานทำยิ้มหวานแล้วจัดการเฉือนชั่งเนื้อหมูสำหรับทำหมูย่างน้ำตกใส่ถุงสองกิโลกรัม

“วันนี้ขายดีเหรอคะพี่วิ” บุปผาส่งหมูให้แม่ค้าร้านอาหารอิสานซึ่งตั้งแผงไม่ไกลจากตลาดเท่าไร มองจากเขียงหมูในตลาดยังเห็นร่มสีเหลืองของรถเข็นได้ชัดเจน

“ขายดีจ้ะ พอดีมีรถทัวร์มาลงใกล้ ๆ … บุปผาอ่านอะไรอยู่เหรอจ๊ะ เพลินเชียว” เจ้าของร้านรถเข็นส่งเงินให้บุปผาและชวนคุยระหว่างรอรับเงินทอน เธอยืนดูบุปผาอ่านหนังสืออยู่ที่หน้าเขียงหมูครู่หนึ่งแล้ว

“ตำราพิชัยสงครามซุนวูค่ะ หนูตั้งใจว่าจะอ่านตั้งแต่ตอนเรียนแต่หาโอกาสอ่านไม่ได้ซักที วันนี้ก็เลยยืมห้องสมุดมาอ่าน นี่ค่ะ เงินทอน ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ”

“จ้า ว่าแต่แม่เราจะกลับเมื่อไหร่ล่ะ ปล่อยให้ลูกดูเขียงคนเดียวแล้วไปเที่ยวเฉยเลย เห็นว่าจะไปเที่ยวให้ครบทุกจังหวัดใช่มั้ยจ๊ะ” คนซื้อหมูนับเงินทอนอย่างตั้งใจตามประสาแม่ค้าขายของ

“ใกล้จะครบแล้วค่ะ แม่เหนื่อยมานานแล้ว ตอนนี้ก็ให้เที่ยวตามสบายไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวแม่กลับมาหนูก็ต้องหางานทำแล้วเหมือนกัน”

“จ้า ขอให้โชคดีนะจ๊ะ อ้อ พรุ่งนี้ก็เหมือนเดิมนะ น้ำตกสองกิโล เดี๋ยวพี่มาเอาแต่เช้า”

“ค่ะ หนูจะเตรียมไว้ให้เหมือนเคยค่ะ”

Continue reading “ตอนที่ 1 บุปผา แม่ค้าหลังเขียงหมู”

ความเครียดที่บังคับควบคุมไม่ได้

ไข่เครียด
ไข่เครียด

ความเครียดนั้นเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่เครียดไม่คิดมาก เรื่องต่าง ๆ ก็สามารถปล่อยผ่านไปได้โดยไม่กังวลกับมันมากเกินไป แต่เมื่อได้เป็นโรคความดันผมจึงได้เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วความเครียดเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหนเลย มันยังคงซ่อนตัวอยู่ภายในรอการปะทุอยู่ตลอดเวลา จะว่าไปแล้วความเครียดก็น่าจะถูกจัดอยู่ในหมวดอารมณ์ความรู้สึกที่ยากจะควบคุมบังคับได้ เรารู้ว่าตัวเองเสียใจแต่บังคับไม่ให้ตัวเองไม่เสียใจไม่ได้ เรารู้ว่าตัวเองมีความสุข แต่บังคับตัวเองไม่ให้สุขไม่ได้ สิ่งที่พอจะทำได้เพื่อคลายความเครียดนั้นก็เห็นจะมีแต่การ “เห็นซึ้ง” ในตัวตนของความเครียดนั้น

Continue reading “ความเครียดที่บังคับควบคุมไม่ได้”

จุดโฟกัสบนภาพรวม

ลูกศร ซ้ายขวา

วันนี้แต่งนิยายแล้วอ่านความเห็น รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ผู้อ่านไม่ชอบตัวละครหนึ่ง คือจริง ๆ ผมก็คิดไว้แล้วว่าตัวละครตัวนี้จะต้องขัดใจใครหลายคน แต่มันก็ชวนให้คิดลึก ๆ ลงไปถึงรากฐานของตัวละครว่าทำไมการปฏิบัติตัวของตัวละครตัวหนึ่งส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้อ่านได้มากขนาดนั้น แรงผลักดันใดที่ไปกวนความรู้สึกของผู้อ่านขึ้นมาจนเกิดปฏิกิริยาตอบสนองอันหลากหลาย

มันทำให้ผมคิดพิจารณาลึกเข้าไปอีกว่าสิ่งที่ทำให้เราชอบหรือไม่ชอบคนหนึ่งนั้น อะไรที่ส่งผลกระทบมากกว่า ระหว่างเรื่องที่เราไม่ชอบเพียงเรื่องเดียวของคนคนหนึ่ง หรือตัวตนโดยรวมของคนนั้น ๆ

การรับรู้ส่วนที่ดีของผู้คนนั้นเป็นเรื่องง่าย แม้ว่าความดีในมุมมองของแต่ละคนจะต่างกันแต่ก็มีจุดร่วมกันอยู่พอสมควร แต่การยอมรับส่วนที่เลวร้ายของคนคนนั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ถามว่าขีดจำกัดของคนคนหนึ่งสำหรับคนคนหนึ่งจะมีมากแค่ไหน แค่ไหนจึงจะเรียกว่าเลวร้ายจนรับไม่ได้ แค่ไหนจึงเรียกว่าเขายังมีส่วนที่ดีของเขาอยู่

ตัวตนของมนุษย์นั้นใช้เกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างขอดีข้อเสียเหล่านี้ใช่หรือไม่ ถ้าอยู่ตัวคนเดียวไม่เกี่ยวข้องกับใครเรื่องนี้ก็คงไม่ส่งผลกระทบให้ใครเดือดร้อน แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นให้ต้องอยู่ร่วมกันแล้วคุณจะปล่อยให้เรื่องเช่นนี้บงการความคิดคุณมากเพียงไร

ปัญหาที่นักเขียนนิยายออนไลน์ต้องเผชิญ

Writer โดย Dave Morrison Photography
Writer โดย Dave Morrison Photography

ผมเขียนนิยายออนไลน์ ก็ได้พบกับปัญหาต่าง ๆ หลาย ๆ อย่างที่จะไม่พบในการเขียนนิยายสมัยก่อน การเขียนนิยายสมัยก่อนนั้นจะมีผลงานออกมาให้คนเห็นได้ก็คือต้องเขียนให้เสร็จ ต้องเป็นเล่ม ต้องมีบรรณนาธิการช่วยจัดการดูแลให้ แต่สมัยนี้ไม่ใช่ การเขียนนิยายเดี๋ยวนี้มีช่องทางมากมาย แต่ช่องทางมากมายนั้นก็นำมาซึ่งปัญหาหนึ่ง ปัญหาที่นักเขียนรุ่นก่อนไม่ต้องพบเจอ

การตอบสนองของผู้อ่าน

Continue reading “ปัญหาที่นักเขียนนิยายออนไลน์ต้องเผชิญ”

คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นหัดแต่งนิยาย

คำแนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นหัดเขียนนะครับ

1. เล็กไปใหญ่

ขึ้นชื่อว่ามือใหม่แล้วประสบการณ์จะน้อย แทนที่จะเริ่มต้นเรื่องยาว ๆ ตัวละครห้าสิบหกสิบตัว ก็เริ่มต้นด้วยเรื่องเล็ก ๆ มีตัวละครไม่กี่ตัวไปก่อน ทำเรื่องง่าย ๆ ให้สำเร็จก่อนแล้วจึงค่อยขยับขยาย ไม่เช่นนั้นพอเจอความยากของการทำเรื่องใหญ่ ๆ แล้วจะท้อจนเลิกเขียนไปเสียก่อน

2. เขียนให้เข้าใจได้ง่ายก่อนแล้วค่อยให้ความสำคัญกับลูกเล่นลีลา

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนมีคนมาถามทางเรา เราต้องบอกทางให้กระชับ เข้าใจง่าย สื่อความหมายชัดเจน พาเขาไปถึงจุดหมายได้ แทนที่จะอธิบายว่าต้นไม้ข้างทางสวยแค่ไหน ตึกหลังนั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างไร แต่คนฟังกลับหลง ไปไม่ถึงที่หมายเสียอย่างนั้น หยาบแต่รู้เรื่อง ดีกว่าสละสลวยแต่อ่านแล้วงง เมื่อคล่องในการสื่อความหมายแล้วจึงเสริมเพิ่มความสละสลวยสวยงามเข้าไปในภายหลัง

3. หาข้อมูล

ถ้าเขียนเรื่องราวที่มีรายละเอียดเฉพาะทาง จงหาข้อมูลเอาไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเขียน กับเรื่องเล็กน้อยอาจจะไม่เท่าไร แต่บางเรื่องที่เป็นกุญแจ เป็นปมสำคัญ ถ้าเขียนโดยไม่มีข้อมูลเลยจะโดนวิจารณ์อย่างหนัก ตัวอย่างเช่นเขียนนิยายฆาตกรรมที่มีการใส่ยาพิษลงในระหว่างการปรุงอาหาร บอกชื่อทางเคมีของยาพิษชัดเจนแต่กลับไม่ทราบว่ายาพิษตัวนั้นจะเสียสภาพความเป็นพิษเมื่อผ่านความร้อน สำหรับนักเขียนถ้าพลาดแบบนี้มีเสียศูนย์นะครับ เป๋เอาง่าย ๆ ขาดความมั่นใจไปเลยก็มี

4. วางโครงเรื่องให้จบก่อนค่อยลงมือเขียน

การเขียนนิยายโดยวางโครงเรื่องเอาไว้ก่อนจะเขียนได้ง่ายกว่า การด้นสดแบบให้ตัวละครผลักดันเนื้อเรื่องไปเองอาจจะทำให้นิยายมีชีวิตชีวา แต่ก็ออกทะเลได้ง่าย ๆ อย่างเลวร้ายคือหาทางลงไม่ได้ ไม่ทราบว่าจะจบเนื้อเรื่องอย่างไร อาจจะไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่านักเขียนจะต้องเขียนแบบวางโครงเรื่อง หลายคนอาจจะคิดว่าการวางโครงเรื่องเป็นการปิดกั้นจินตนาการของนักเขียน แต่สำหรับมือใหม่ผมคิดว่าเริ่มต้นจากการวางโครงเรื่องก่อนดีกว่าครับ

5. หมายเหตุจุดสำคัญ

เวลาที่มีปมหรือเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในนิยาย ให้บันทึกเอาไว้เพื่ออ้างอิงในภายหลัง จะได้ทราบว่าไม่พลาดอะไรตรงไหน

6. เตรียมตัวรับทั้งคำชมและคำด่า

เราไม่สามารถเขียนนิยายให้ถูกใจคนทุกคนได้ “ไม่มีทาง” เราจะได้รับคำชมให้หัวใจได้พองโต ยิ้มได้จนมุมปากแทบฉีกถึงใบหู ในขณะเดียวกันเราก็จะได้รับคำด่า ที่ทำให้เกิดรูโหวงในช่องท้อง น้ำตาคลอ หัวคิ้วผูกกันเป็นโบ
อย่าลอยเหลิงถ้าโดนชม อย่าถ่วงจมถ้าโดนด่า ความรู้สึกมันบังคับไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะไม่คิดถึงมันมากเกินไปได้ ตรงนี้คงต้องใช้เวลาหน่อยจึงจะปรับตัวทำใจกันได้ นักเขียนนิยายดัง ๆ โดนกันมาหมดแล้ว ยิ่งในโลกปัจจุบันที่อินเทอร์เน็ตทำให้คำพูดคำวิจารณ์ต่าง ๆ เข้าถึงตัวผู้แต่งได้ง่าย ถ้าไม่ฝึกตนให้แข็งแกร่งก็จะยืนหยัดได้ลำบากครับ

 

บันทึกประจำวัน 2016-03-27 ลุกขึ้นมาต่อสู้กับตัวเองอีกครั้ง

เพลงใหม่ของ Baby Metal ครับ “The One” ผมชอบมากเลยทีเดียวครับ

ตอนนี้ผมมีงานที่ต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน ต้องการพลังใจอย่างถึงที่สุด ทั้งนิยาย Jelly King ที่ต้องปรับปรุงเนื้อหาใหม่ เกมที่ต้องทำให้เรียบร้อย การวาดภาพที่ต้องทำให้เสร็จและต่อเนื่อง เว็บที่ต้องปั่นวันละสามเว็บเป็นอย่างน้อย เมื่อวานโหลด Unity มาลง เลยมีการหัด JS ที่ค้างเอาไว้นานแสนนานเพิ่มเข้ามาอีก

วันนี้ที่ทำได้ก่อนอย่างอื่นคงเป็นการปั่นเว็บ ทำเสร็จแล้วค่อยไปจัดการเรื่องอื่น ต้องกระตุ้นสร้างพลังใจให้เต็มที่

Continue reading “บันทึกประจำวัน 2016-03-27 ลุกขึ้นมาต่อสู้กับตัวเองอีกครั้ง”