อาการติดเกมของผม

อาการติดเกมของผม

Dota 2 logo
Dota 2

เกือบ 1,500 ชั่วโมง นั่นคือระยะเวลาที่ผมหมดไปกับการเล่นเกมนี้ ไม่นับรวม Dota 1 ซึ่งเป็น Mod ของเกม Warcraft 3 ที่ผมเล่นมาก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลายาวนาน เวลาที่ผมหมดไปกับการเล่นเกม 1,500 ชั่วโมงนี้ถ้าผมใช้ไปกับการฝึกฝนตัวเองและเรียนรู้ทักษะอื่น ๆ ผมคิดว่าตัวเองคงได้อะไรกลับมามากมาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าเวลาที่ใช้ไปนั้นไม่มีค่าอะไรเพราะผมเองก็ได้ความเพลิดเพลินกลับมา ไม่นับรวมความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นจากความพ่ายแพ้หรือความไม่ได้ดังใจของเพื่อนร่วมทีม แต่จุดหมายของการเขียนบล็อกเอนทรี่นี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ว่าการเล่นเกมนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร ที่ผมอยากเขียนถึงก็คืออาการติดเกมของผมเอง

ผมเคยเลิกเล่น Dota 2 ได้อย่างเด็ดขาดเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็คือเลิกไปเฉย ๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นเลยทั้งที่มีความพร้อมสำหรับเล่นเกมได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพใช้ได้ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมไปถึงเวลาว่างในชีวิต คิดว่าจะเลิกเล่นก็เลิกเล่น แค่นั้นเอง กลับกลายเป็นช่วงหลัง ๆ นี้ที่ผมรู้สึกว่าตัวเอง “ติด” เกมนี้และไม่สามารถเลิกเล่นมันอย่างที่ทำได้ก่อนหน้านี้

“ความอยากเล่น Dota 2” เป็นความอยากที่ผมไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน มันเป็นความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน เป็นความรู้สึกที่ไม่มีเหตุผล เป็นแรงผลักดันที่ไม่มีร่องรอย ไม่มีหน้าตา อยู่ ๆ ก็อยากเล่นขึ้นมาเฉย ๆ ไม่มีแม้แต่การหลอกตัวเองว่า “เล่นนิดหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก” หรือว่า “ยังไงก็ต้องกลับมาเล่นอยู่แล้ว เล่นไปเลยก็แล้วกัน”

มันเป็นความรู้สึกของการถูกครอบงำอย่างสมบูรณ์แบบ จนเล่นจบเกมแล้วนั่นเองจึงได้รู้ตัวและผิดหวังในตัวเองว่าทำไมจึงบังคับจิตใจไม่ได้ แล้วก็ลบเกมออกจากเครื่อง แต่ความรู้สึกผิดหวังและสำนึกผิดนี้ก็จะหายไปในวันต่อมา กลายเป็นว่าผมโหลดเกมมาลงเครื่องใหม่และเริ่มต้นเล่นอีกเกมหนึ่ง – เล่นจบเกม – ผิดหวังในตัวเอง – ลบเกม เป็นวงจรเช่นนี้อยู่หลายต่อหลายครั้ง

จนกระทั่งช่วงท้าย ๆ นี้ความขัดแย้งในจิตใจของผมแสดงตัวออกมาอย่างชัดเจนมาก ตอนเช้าเล่นเกมแล้วลบเกมออก ตอนบ่ายโหลดเกมมาลง เล่นแล้วก็ลบเกมออกอีกรอบ และทำเช่นนี้อีกครั้งในตอนดึก

ความขัดแย้งในตัวเองที่เกิดขึ้นอย่างกระชั้นชิดในเวลาต่างกันไม่กี่ชั่วโมงนี้ทำให้ผมได้เปรียบเทียบอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างชัดเจน ผมเห็นถึงความแตกต่างในอารมณ์ก่อนเล่มเกมและหลังเล่นเกมอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และนั่นทำให้ผมรู้ซึ้งว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นในสองช่วงเวลานั้นเป็นอารมณ์ภายนอก มีใช่ตัวตนที่แท้จริงภายใน ถ้าผมรู้ตัวว่าเกิดอารมณ์เช่นนี้ขึ้นเมื่อไรผมก็บังคับตัวเองไม่ให้ไหลไปตามรมณ์นั้น ๆ ได้ แต่จิตใจผมต้องแข็งแกร่ง

ตอนนี้ผมรับรู้ถึงความอยากที่เกิดขึ้นได้แม้จะไม่เห็นตัวมัน แม้ว่ามันจะพรางตัวอย่างแนบเนียนผมก็รู้ตัวว่ามันยังอยู่ตรงนั้น คอยโน้มน้าวและบงการเราด้วยพลังอันกล้าแกร่ง เราจะไปดูถูกมันไม่ได้ว่ามันเป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ เราต้องมีสติและตระหนักว่าความอยากที่เกิดขึ้นนี้มีพลังอำนาจที่สามารถทำลายชีวิตเราได้

สิ่งที่ช่วยให้ผมเอาตัวรอดจากความอยากนี้ก็คือการทำตัวหนังสือติดไว้บน Desktop ว่า “มีสติ ไม่เล่น Dota 2 เพื่ออนาคตตัวเอง นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ” ทุกครั้งที่ผมเกิดความอยากเล่น Dota 2 และได้เห็นข้อความที่ตัวเองเขียนเอาไว้ผมก็จะรู้ตัวว่ากำลังถูกเล่นงานอยู่ พอรู้ทันความอยากนี้แล้วตัวความอยากก็จะซ่อนตัว หายตัวไปจากความคิดเหมือนไม่เคยมีอยู่ แต่ผมรู้ดีว่ามันพร้อมที่จะปรากฎตัวในยามที่ผมพลั้งเผลอได้ทุกเมื่อ แต่ผมมั่นใจว่าถ้าฝึกฝนจิดใจอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดยั้ง ผมก็จะสามารถยับยั้งความอยากนี้เอาไว้ได้โดยไม่ปล่อยให้มันทำลายชีวิตของผม

ผมขอให้กำลังใจทุกท่านที่กำลังดิ้นรนเพื่อเลิกการ “ติด” ทุกอย่างทุกประการ ขอให้คุณเอาชนะตัวเองได้แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากเย็นมากเพียงไรก็ตาม