Online Knight 002 ที่นี่ที่ไหน

Online Knight 002 ที่นี่ที่ไหน

ตอนที่ 002 ที่นี่ที่ไหน

“ประกาศ ขณะนี้มีความผิดปกติเกิดขึ้นในหุบเขากินคนที่ด้านหลังโรงเรียน นักเรียนทุกคนห้ามเข้าไปเข้าไปในเขตหุบเขากินคนเป็นอันขาด ผู้ที่ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษพักการเรียนและทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่มีอันตรายเกิดขึ้นกับนักเรียนที่เข้าไปในหุบเขากินคนในเวลานี้”

เสียงพูดคุยของเหล่านักเรียนในห้องเรียนดังขึ้นเหมือนเสียงของฝูงผึ้งแตกรัง นักเรียนวัยรุ่นสี่สิบคนสอบถามกันว่ามีใครหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น หุบเขากินคนท้ายโรงเรียนเป็นสถานที่อันตรายก็จริงแต่ไม่เคยมีการประกาศเตือนอย่างเป็นทางการเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้มาก่อน

ยกเว้นหนึ่งคนที่หน้าซีดเผือด เด็กสาวผมสีทองตาสีฟ้าเข้ม

รีอา เป็นอะไรรึเปล่า ทำหน้าเหมือนคนโดนผีดูดพลังเวท” เด็กสาวอีกคนหนึ่งที่นั่งโต๊ะติดกันกับรีอาถามยิ้ม ๆ แต่แฝงไว้ด้วยความเป็นห่วง

“เปล่า … ไม่มีอะไรหรอก เอลาย ชั้นแค่ตกใจน่ะ ปกติมันไม่มีประกาศอะไรแบบนี้ใช่มั้ยล่ะ”

“ตกใจ? เธอน่ะนะ แม่สาวจอมแก่นที่แอบหนีเข้าไปเล่นในหุบเขากินคนเดือนละครั้งสองครั้งน่ะนะ”

“ชี่” รีอารีบยกนิ้วขึ้นมาจ่อปากไม่ให้เพื่อนร่วมชั้นพูดต่อ

เสียงประตูเลื่อนออกโดยแรงกลบเสียงพูดคุยของนักเรียนในชั้นเรียนทั้งหมด อาจารย์ เบเนดิก หัวหน้าฝ่ายเวทมนตร์สายไฟซึ่งปกติจะตีหน้าเครียดอยู่ตลอดตอนนี้ยังเครียดยิ่งกว่าเดิมเดินเข้าห้องมาพร้อมกับคนแปลกหน้าสองคน นักเรียนในห้องเรียนสายวิชาอัญเชิญเริ่มต้นกระซิบพูดคุยกันอีกครั้งเพราะสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังอาจารย์เบเนดิกสวมเครื่องแบบทหาร

“รีอา เซเว่นสตาร์” อาจารย์เบเนดิกเรียกชื่อเต็มของรีอาด้วยน้ำเสียงเครียดไม่ต่างจากสีหน้าของเขา

นักเรียนในห้องหันมาดูรีอาที่นั่งอยู่กลางห้องเป็นตาเดียวกัน แม้แต่เอลายเพื่อนของเธอก็แสดงอาการประหลาดใจ

“รีอา เซเว่นสตาร์” อาจารย์เบเนดิกส่งเสียงเรียกซ้ำ

“ค่ะ มาค่ะ” รีอายกมือขานตอบเหมือนตอนถูกเรียกตรวจคนขาดเรียน สายตาของอาจารย์เบเนดิกที่จ้องมองดูเธอเหมือนจะเผาเธอให้มอดไหม้ อาจารย์สอนวิชาเวทมนตร์สายไฟผู้รับหน้าที่ควบกับฝ่ายปกครองผู้นี้ทำให้นักเรียนกลัวจนตัวสั่นอยู่เสมอ เด็กนักเรียนไม่ว่าจะเกจะแก่นอย่างไรเมื่อได้พบกับอาจารย์เบเนดิกก็ต้องหัวหดกันทุกคน

“ตามครูไปที่ห้องผู้อำนวยการ”

รีอาหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วลุกขึ้น

“รีอา” เอลายจับข้อมือเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไร คิดว่าไม่มีอะไรหรอก” รีอาฝืนยิ้มให้เพื่อนสบายใจแต่ดูเหมือนจะไม่ช่วยเท่าไร เธอเดินไปหาอาจารย์ที่หน้าประตูและออกจากห้องไปโดยมีทหารสองคนเดินตามหลัง ทันทีที่ประตูปิดลงนักเรียนในห้องก็พูดคุยกันจนเสียงดังทะลุไปถึงข้างนอก

“เงียบ ๆ หน่อย” อาจารย์เบเนดิกตะโกนทะลุผนังห้องเข้ามา แต่ก็ทำให้นักเรียนหุบปากได้แค่ไม่กี่วินาที เมื่อเขาเดินผ่านห้องไปเหล่านักเรียนก็เริ่มคุยกันเสียงดังอีก

รีอาอยากจะถามอาจารย์ว่าเกิดอะไรขึ้น ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับเธอหรือไม่ หรือว่านักรบในชุดเกราะสีดำที่เธอเรียกมาจากโลกอื่นแล้วหนีมาเพราะส่งเขากลับโลกเดิมไม่ได้ก่อเรื่องร้ายแรงขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์จะเอ่ยปากแต่โดนพูดขัดจังหวะก่อนจะเอ่ยคำแรกจบ

“เดี๋ยวไปคุยกันที่ห้องผู้อำนวยการ”

ทั้งที่ไม่ได้มองดูแต่อาจารย์กลับทราบการเคลื่อนไหวของเธอ รีอาได้แต่ปิดปากเงียบแล้วเดินตามอาจารย์ไปจนถึงห้องของผู้อำนวยการที่อยู่ชั้นล่างสุดของอาคารเรียน

อาจารย์เบเนดิกเคาะประตูสองครั้งแล้วเปิดประตูเข้าไปโดยไม่รอคำตอบรับจากคนที่อยู่ข้างใน รีอามองเข้าไปในห้องเห็นซีเตเป็นคนแรก เขาจ้องมองดูเธอเม้มปากแน่น รีอาทราบทันทีว่านั้นเป็นสัญญาณให้ปิดปากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้สนิท นอกจากซีเตแล้วผู้อำนวยการผู้มีเคราสีขาวยาวนั่งประสานมืออยู่หลังโต๊ะทำงาน ข้างตัวเขามีนายทหารในชุดที่มียศสูงกว่าสองคนที่ไปรับเธอมา หน้าโต๊ะผู้อำนวยการนอกจากซีเตแล้วยังมีนักเรียนที่เธอไม่คุ้นเคยอีกสองคน ดูจากชุดแล้วน่าจะเป็นนักเรียนสายต่อสู้ด้วยอาวุธและสายเวทมนตร์ต่อสู้

ตอนที่ประตูถูกปิดตามหลังนี้เองรีอาจึงเห็นทหารอีกสี่คนยืนเฝ้าขนาบประตูซ้ายสองขวาสอง เธอไม่เห็นพวกเขาเนื่องจากบานประตูที่เปิดออกบดบังตัวพวกเขาเอาไว้ หัวใจเธอตกวูบเพราะคิดว่าตัวเองได้ทำเรื่องร้ายแรงลงไปแน่แล้ว

“ใช่แล้ว นักเรียนหญิงคนนี้เป็นคนที่แอบเข้าหุบเขาไปพร้อมกับนักเรียนชาย ซีเต ไอร่อนบริก

รีอาเพิ่งสังเกตเห็นแมวลายเสือที่นั่งอยู่บนกรอบหน้าต่างด้านหลังผู้อำนวยการ แมวตัวนั้นส่ายหางไปมาแล้วกระโดดลงจากหน้าต่างไปเมื่อทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จสิ้น มันเป็นเจ้าของเสียงพูดประโยคเมื่อสักครู่

“รีอา เข้ามายืนรวมกับคนอื่น ๆ ” ผู้อำนวยการส่งเสียงเอ็นดูเหมือนปู่พูดกับหลานรักเรียกตัวรีอา มีคำร่ำลือว่าผู้อำนวยการชราคนนี้จำชื่อและหน้าตาของนักเรียนทุกคนที่เข้าเรียนตั้งแต่สมัยที่โรงเรียนก่อตั้งได้ทุกคน

“สี่คนนี้คือนักเรียนที่แอบเข้าไปในหุบเขากินคนเมื่อวานนี้ไม่มีใครอีกแล้วใช่มั้ยครับ” ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบนายทหารระดับสูงถามผู้อำนวยการเพื่อยืนยันอีกครั้ง

“ถูกต้องแล้ว คุณ เฟอริ่ง ไม่เคยทำงานพลาด นอกจากสี่คนนี้แล้วไม่มีใครอีก” ผู้อำนวยการพูดถึงแมวลายเสือที่เพิ่งกระโดดลงจากหน้าต่างไป

“เอาล่ะครับ” นายทหารผู้นั้นเดินมาที่หน้าโต๊ะผู้อำนวยการ นักเรียนทั้งสี่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานตรงหน้าเขาโดยหันข้างให้โต๊ะผู้อำนวยการ

“คุณ แอช ทรูอายส์ คุณบอกผมได้มั้ยครับว่าคุณเข้าไปทำอะไรในหุบเขากินคน”

แอช ทรูอายส์ เป็นนักเรียนสายต่อสู้ที่ตัดผมสั้นแข็งชี้ตั้งปลายผมเรียวแหลมเหมือนปลายพู่กัน ดวงตาเขาแสดงความเหนื่อยหน่ายเหมือนคนที่ถูกถามคำถามเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคร้านจะตอบ

“กรุณาให้ความร่วมมือด้วยครับ” นายทหารเอ่ยย้ำ

“ผมเข้าไปหาวัตถุดิบสำหรับผลิตยาตามภารกิจที่รับมาจากฝ่ายกิจกรรม ผมเข้าไปพร้อมกับโบเลโร่เพราะพวกเราเป็นเพื่อนกัน” น้ำเสียงของเขาแสดงความเหนื่อยหน่ายไม่ต่างจากสีหน้า

“แอชเป็นนักเรียนที่เข้าเรียนด้วยตัวเองและไม่มีใครช่วยจ่ายค่าเล่าเรียนให้ ผมเป็นคนอนุญาตให้แอชเข้าไปหาวัตถุดิบในหุบเขากินคนด้วยตัวเอง” ผู้อำนวยการช่วยอธิบาย

นายทหารหนุ่มมองหน้าเด็กหนุ่มที่ไม่อยากเสวนากับเขาแล้วพยักหน้า

“แล้วคุณล่ะครับ คุณ โบเลโร่ ไอโซเลชั่น” เขาถามนักเรียนที่สวมชุดแบบมีผ้าคลุมหลังอันเป็นเอกลักษณ์ของนักเวทสายต่อสู้

“ผมเข้าไปฝึกทักษะการใช้เวทมนตร์ในหุบเขากินคนเพราะห้องฝึกในโรงเรียนปิดไม่ให้ใช้งานหลังห้าโมงเย็นครับ” โบเลโร่ตอบง่าย ๆ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีไม่แสดงอาการเบื่อหน่ายเหมือนแอช

“อืม ขยันดี แล้วคุณล่ะครับ คุณรีอา เซเว่นสตาร์”

รีอาสะดุ้งเฮือกเพราะคิดไม่ถึงว่านายทหารจะกระโดดข้ามซีเตข้าง ๆ มาถามเธอ

“อะ … หนู … ไปฝึกวิชาอัญเชิญค่ะ”

นายทหารเลิกคิ้วในขณะที่ซีเตหลับตาถอนหายใจ

“แต่เพื่อนคุณบอกว่าคุณทั้งสองคนไป พลอดรัก กันนี่” นายทหารเน้นคำว่าพลอดรักพร้อมกับยิ้มมุมปาก รีอา มองซ้ายขวาเห็นทหารคนอื่น ๆ ยิ้ม ๆ แล้วเข้าใจว่าคนเหล่านี้คิดอะไรอยู่ พวกเขาคิดว่าเธอพยายามปิดบังเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าเธอและซีเต การถอนหายใจของซีเตไม่ใช่การถอนหายใจอย่างปลงตกแต่เป็นการถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีอาเองก็โล่งอกเช่นกัน อย่างน้อยนี่ก็คงไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เธออัญเชิญบางสิ่งมาโดยพละการแล้ว

“รีอา วิชาอัญเชิญน่ะจะไปฝึกด้วยตัวเองไม่ได้นะ ถ้าเป็นการอัญเชิญเล็ก ๆ น้อย ๆ คงไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าอัญเชิญโดยไม่มีการควบคุมโดยอาจารย์อาจจะทำให้ตัวตนจากโลกที่เราไม่รู้จักหลุดเข้ามาที่โลกนี้ ถ้าสิ่งที่ถูกเชิญมาเป็นสิ่งที่ชั่วร้ายหนูจะได้รับอันตรายได้นะ” ผู้อำนวยการเตือนรีอาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเอ็นดู

“หนูทราบค่ะ แต่หนูเองก็ไม่ใช่นักอัญเชิญที่เก่งอะไร ปกติจะเรียกได้แต่ภูตเล็ก ๆ เท่านั้นค่ะ ที่ไปฝึกก็เพราะอยากพัฒนาตัวเองเตรียมรับการสอบที่จะมาถึงเร็ว ๆ นี้ค่ะ”

นี่เป็นความจริงส่วนหนึ่ง เธอตั้งใจไปฝึกฝนการอัญเชิญจริง แต่เธอตั้งใจอัญเชิญตัวตนอันชั่วร้ายเพื่อการฝึกฝนของตัวเองโดยเรียกซีเตไปด้วยเพื่อให้เขาช่วยจัดการกับสิ่งที่จะหลุดออกมา เธอไม่คิดว่าการเข้าไปในถ้ำเพื่อหลบสายตาคนจะทำให้เธอต้องพบกับยักษ์ขนเหล็กจนซีเตและเธอแทบทิ้งชีวิตอยู่ที่นั่น

“แล้วเรื่องความสัมพันธ์ล่ะ ไม่มีอะไรเกินเลยนะ เรื่องนั้นผิดกฎโรงเรียนนะ” ผู้อำนวยการถาม

รีอาและซีเตสบตากันแล้วส่ายหน้าพร้อมกัน ความจริงทั้งสองเป็นแค่เพื่อนที่คบหากันมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยมองอีกฝ่ายในด้านของความรักระหว่างชายหญิงเลย

นายทหารกอดอกก้มหน้ามองพื้นแล้วเงยหน้าขึ้นมองนักเรียนทั้งสี่ เขาเลิกคิ้วแล้วถอนหายใจก่อนจะเข้าเรื่อง

“ผมชื่อ โกดัน วินด์แอ็กซ์ เป็นคนจากกระทรวงกลาโหม ที่ผมเรียกตัวพวกคุณทั้งสี่คนมาก็เพราะว่าต้องการสอบถามรายละเอียดบางอย่าง ตอนที่เข้าป่าไปเมื่อวานนี้พวกคุณได้พบสิ่งผิดปกติอะไรรึเปล่า คนแปลกหน้าที่ไม่เคยเห็น สัตว์เวทมนตร์ที่ไม่รู้จัก บรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย ความรู้สึกผิดปกติจากเวทมนตร์ต้องห้าม หรือความผิดปกติที่ต่างไปจากเคยอะไรก็ได้”

ซีเตและรีอาสบตากันเช่นเดียวกับโบเลโร่และแอชที่มองหน้ากัน ทั้งสี่คนส่ายหน้าแทบจะเป็นเวลาเดียวกัน

โกดันพยายามมองหาความผิดปกติของนักเรียนทั้งสี่ แต่นอกจากความแตกตื่นที่รีอามีแล้วไม่มีใครแสดงอาการของคนที่ต้องการปิดบังคำตอบในคำถามของเขา

“คิดทบทวนให้ดีนะครับ ตอนนี้มีผู้ก่อการร้ายหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในหุบเขากินคน เป็นคนที่อันตรายมาก มีความสามารถในการใช้เวทมนตร์ต้องห้ามหลายชนิด ถ้ามีอะไรที่ผิดสังเกตขอให้บอกออกมาตอนนี้เลย ความผิดปกติเล็กน้อยอะไรก็ได้ โดยเฉพาะสองคนนี้ที่กำลังปิดบังอะไรอยู่”

โกดันชี้นิ้วกระดิกไปมาระหว่างรีอาและซีเต

“เรา … เราสองคนไปเจอยักษ์ขนเหล็กในถ้ำเข้าน่ะค่ะ แต่พวกเราหนีออกมาได้” รีอาคิดว่าบอกความจริงออกไปส่วนหนึ่งน่าจะช่วยให้เธอปิดบังเรื่องการอัญเชิญอย่างผิดกฎของเธอไปได้

ผู้อำนวยการจ้องหน้ารีอาในขณะที่นายทหารทั้งหลายแสดงอาการประหลาดใจ

“ยักษ์ขนเหล็ก … แล้วพวกคุณสองคนหนีรอดมาได้ยังไง ไม่ใช่ว่าผมดูถูกอะไรนะ แต่เด็กอายุสิบหกสิบเจ็ดนี่ไม่มีทางสู้กับยักษ์ขนเหล็กได้หรอก แค่หนียังทำไม่ได้เลย แล้วทำไมถึงมีตัวอันตรายอย่างยักษ์ขนเหล็กอยู่ใกล้ ๆ โรงเรียนแบบนี้ได้” โกดันหันไปมองผู้อำนวยการ

“คุณโกดัน โรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนสอนเวทมนตร์ประยุกต์ครบวงจร สัตว์ร้ายตัวอันตรายที่อยู่ในหุบเขากินคนไม่มีทางย่างกรายเข้าในเขตโรงเรียนได้เพราะเรามีบุคลากรอันยอดเยี่ยมคอยดูแล แต่เขตหุบเขากินคนเป็นเขตหวงห้ามที่ไม่อนุญาตให้นักเรียนทั่วไปเข้าไปอยู่แล้ว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นในเขตหุบเขากินคนทางโรงเรียนจะไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นต่อให้มียักษ์ขนเหล็กอยู่ในหุบเขากินคนผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลอะไร”

ผู้อำนวยการตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราบเรียนจนนายทหารโกดันต้องรู้สึกหวั่นใจ

วิทยาลัยเวทมนตร์ประยุกต์เกลอคาเดมี่ไม่ใช่สถานที่อันต่ำต้อย ผู้อำนวยการของสถาบันที่ชื่อ เมก้า ผู้นี้เป็นหนึ่งในหกนักเวทที่ช่วยเหลือก่อตั้งประเทศนี้ขึ้นมา การล่วงเกินผู้มีอำนาจในการเข้าพบนายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้าเป็นเรื่องที่เขาต้องระมัดระวังเข้าไว้

“หัวหน้าโกดัน พบตัวผู้ก่อการร้ายแล้วครับ” นายทหารผู้หนึ่งร้องบอกโกดันหลังรับสายโทรศัพท์ด่วน

“ที่ไหน แล้วการต่อสู้เป็นยังไงบ้าง” โกดันถามกลับ

นายทหารผู้นั้นกลืนน้ำลายแล้วตอบเสียงสั่น

“ที่ช่องว่างระหว่างหุบเขากินคน ไม่มีการต่อสู้เพราะเป้าหมายกลายเป็นศพไปแล้วครับ”

“อะไรนะ เป็นไปไม่ได้ เนโครแมนเซอร์ที่ร้ายกาจขนาดถล่มทหารได้ทั้งกองร้อยจะตายง่าย ๆ ได้ยังไง”

ไม่มีคำตอบ นายทหารผู้รับข่าวทำได้เพียงส่ายหน้า

.

“ที่นี่มันที่ไหนกันโว้ย!” ไผ่ร้องตะโกนสุดแรงปอด เสียงของเขาสะท้อนก้องไปมาระหว่างภูเขาสองลูกที่หันหน้าเข้าหากัน นกป่าตื่นตกใจโผขึ้นจากกิ่งไม้จนใบพลิกกระพือ เจ้าของเสียงลดมือทั้งสองที่ชูขึ้นสูงลง เขาอยากจะร้องไห้แต่น้ำตาไม่ไหลเพราะเขาเป็นคนที่เข้มแข็งมากเกินไป แต่เขาคิดถึงบ้าน เต็มไปด้วยความกังวล หนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วที่เขาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักแห่งนี้ ติดต่อใครไม่ได้ ออกจากเกมไม่ได้ หิวจนไส้กิ่ว

ถึงอย่างนั้นอารมณ์ทั้งหมดรวมรวบกันก็ไม่อาจทำให้ไผ่ต้องหลั่งน้ำตา

ไผ่เพิ่งจะฆ่าคนไปหนึ่งคน เป็นชายในชุดสีขาวที่เรียกศพหลายสิบศพขึ้นมาโจมตีใส่เขา ความรู้สึกที่ต้องฟันร่างคนผู้นั่นจนขาดสะพายแล่งยังแจ่มชัด แต่ความอยากกลับบ้านกลบทับความรู้สึกนั้นไว้จนหมด เขาไม่ได้ไปทำงาน ป่านนี้คงโดนลงโทษตัดเงินเดือน อาจจะโดนไล่ออกถ้าพรุ่งนี้ไม่เข้าทำงานอีกวันหนึ่ง

ไผ่วิ่งหนีมาจากจุดเกิดเหตุเพราะไม่ต้องการมองดูศพของชายในชุดขาวคนนั้น อวัยวะภายในที่สมจริงทำให้เขาอยากอาเจียน หรือว่าเขาจะหลุดเข้าในในแผนที่แบบฮาร์ดคอร์ เป็นโหมดสมจริงสำหรับคนที่ชอบความรุนแรง

ทำไมเขาออกจากเกมไม่ได้ ความเชื่อจากการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ของเขาเริ่มสั่นคลอน แต่เขายังมีความเชื่อว่าเขาสามารถออกจากเกมได้ ขอแค่รอ รออีกสักหน่อยทางบริษัทเกมจะต้องหาทางช่วยเหลือเขาออกจากเกมนี้ การที่ผู้เล่นมีปัญหากับระบบเกมเป็นสิ่งร้ายแรงมาก ถ้ามีข่าวหลุดออกไปจะสร้างความเสียหายกับเกมอย่างรุนแรง บางทีตอนที่เขาออกจากเกมได้แล้วเขาน่าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ถ้าเรียกได้มากพอเขาอาจจะไม่ต้องทำงานอีกต่อไปและสามารถเล่นเกมได้ทั้งวันทั้งคืน

หิวน้ำเหลือเกิน

ไผ่กลืนน้ำลายจนไม่มีให้กลืน เขาตัดสินใจเดินลงเนินมุ่งสู่ที่ต่ำ บางทีเขาอาจจะหาแหล่งน้ำได้ถ้าลงไปต่ำพอ เขาไม่เข้าใจเลยว่าจะใส่ระบบหิวกระหายเข้ามาในเกมทำไม ถ้าระบบนี้ถูกนำมาใช้จริงเมื่อไหร่รับรองว่าเขาต้องส่งเรื่องคัดค้านแน่

ตอนนี้ไผ่ปักใจเชื่อว่านี่เป็นพื้นที่พิเศษสำหรับทดสอบระบบใหม่ของเกมก่อนนำมาใช้จริง ในยุคที่เกมออนไลน์โลกเสมือนเริ่มอิ่มตัวเพราะทุก ๆ เกมเหมือนกันไปหมด การสร้างแปลกใหม่ให้ต่างจากเกมอื่น ๆ ในตลาดเป็นสิ่งที่บริษัทเกมหลายบริษัทกำลังดิ้นรนแข่งขันกันว่าใครจะทำได้สำเร็จก่อน

เมื่อก่อนไผ่เคยมีความคิดอยู่เช่นกันว่าทำไมเกมจึงไม่ทำออกมาให้สมจริงมากกว่านี้ แต่หลังจากได้ฆ่ามอนสเตอร์ได้ฆ่าคนในสภาพที่สมจริงมาก ๆ แล้วเขาก็ได้เข้าใจว่า เกมจะเป็นเกมได้จำเป็นต้องลดความสมจริงลงบ้าง เว้นแต่จะเป็นเกมที่ขายให้คนเฉพาะกลุ่มจริง ๆ

ในขณะที่ไผ่กำลังคิดเพลิน ๆ นั้นเอง หน้าต่างแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา เขารีบอ่านรายละเอียดบนหน้าต่างนั้นเพราะหน้าต่างพื้นหลังสีทองเช่นนี้เป็นข้อมูลพิเศษจากระบบซึ่งไม่ได้พบเห็นบ่อยนัก

[ระบบได้ทำการคำนวณเสร็จสิ้นและทำการปรับปรุงรูปแบบการเล่นเกมแบบเล่นคนเดียวของท่านดังนี้]

  1. เปลี่ยนรูปแบบการรับไอเท็มจากเดิมที่ต้องเก็บจากสิ่งแวดล้อมภายนอกเป็นส่งเข้าตัวโดยตรง ไอเท็มที่ไม่สามารถเก็บเข้าช่องเก็บของด้วยวิธีนี้จะปรากฏขึ้นด้านหน้าของตัวละคร
  2. เปลี่ยนรูปแบบของเงินในเกมจากเดิมที่เป็นตัวเลขซึ่งแลกเปลี่ยนกับผู้อื่นผ่านหน้าต่างซื้อขาย เป็นไอเท็มเหรียญซึ่งมีมูลค่าตามมาตรฐานสังคมใกล้เคียงกับสถานที่อยู่ของตัวละครมากที่สุด
  3. เพิ่มระบบการยังชีพให้เหมาะสมสำหรับการเล่นคนเดียวมากขึ้น
  4. เปลี่ยนระบบการพัฒนาตัวละครจากการใช้แต้มประสบการณ์อย่างอิสระเป็นการเลือกพัฒนาในขอบเขตใกล้เคียง
  5. เพิ่มระบบแปลภาษาอัตโนมัติเพื่อความสะดวกในการเล่นเกม โดยมีภาษาหลักหนึ่งภาษาและภาษารองอีกสองภาษา ระบบได้เลือกภาษาหลักให้อัตโนมัติโดยอ้างอิงตามจำนวนการใช้ภาษาในสถานที่ใกล้เคียง ผู้เล่นสามารถเลือกภาษารองอีกสองภาษาได้ในหน้าต่างการตั้งค่า “ภาษา”
  6. เปลี่ยนรูปแบบการตายของตัวละครจากการหน่วงเวลาเกิดเป็นตายถาวรตามความยากของเกมโดยเฉลี่ย
  7. [หมายเหตุจากนักพัฒนาเกม] ไม่ว่าคุณคิดอะไรอยู่ก็ตาม ขอให้เชื่อฉัน ห้ามตายในเกมโดยเด็ดขาด
[ท่านได้รับประสบการณ์ 3,250 หน่วย] [ท่านได้รับ ขนเหล็กสีเทาเกรด 3+ จำนวน 4 มัด]

ไผ่หนาวยะเยือกเมื่ออ่านมาถึงหายเหตุ ห้ามตายเด็ดขาด นี่มันอะไรกัน

Comments are closed.